ปวดหนักระหว่างวิ่ง ความทรมานที่เกินอั้นไหว

0
824

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ต้องเผชิญกับความทรมานของอาการปวดหนักระหว่างวิ่ง เป็นความรู้สึกที่เกินจะอั้นไหว ขนลุกซู่จนแทบจะเล็ดออกเสียเดี๋ยวนั้น แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะเป็นเรื่องนี้ใครๆ ก็เป็นกันได้

ปวดหนักระหว่างวิ่งฝันร้ายที่แท้ทรู

นอกเหนือไปจากอาการบาดเจ็บต่างๆ ตามร่างกายที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัวระหว่างวิ่งแล้ว การปวดหนักหรือท้องเสียคือสิ่งที่ทำลายความสุขของการวิ่งได้ไม่ต่างกัน มันไม่เคยปราณีใคร ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งหน้าใหม่หรือเป็นมืออาชีพผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ต่างกัน ดังนั้น หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายนี้แล้วละก็นี่คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้

ไขข้อกระจ่างปวดหนักระหว่างวิ่งเกิดจากอะไร

อาการปวดหนักหรือท้องเสียระหว่างวิ่งนี้เป็นที่รู้จักกันดี ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Runners colitis หรือ Runners Trots ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร โดยมักพบในนักวิ่งระยะไกลหรือนักวิ่งมาราธอนอาการโดนทั่วไป คือ รู้สึกไม่สบายท้อง คลื่นไส้ ปวดบิด จุดเสียดเหมือนมีแก๊สในท้อง หรือท้องเสีย จนในที่สุดก็ต้องมองหาห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์อย่างเร่งด่วน

ท้องเสียเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าคุณไม่เคยต้องเผชิญกับอาการนี้ ยินดีด้วยคุณคือหนึ่งในผู้โชคดี หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะคุณยังวิ่งด้วยระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่ จากสถิติพบว่ากว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของนักวิ่งระยะไกลนั้นต้องหยุดพักในช่วงครึ่งของระยะทางเพื่อเข้าห้องน้ำ นอกจากนี้ยังมีบทความซึ่งตีพิมพ์ลงใน British Journal of Sports Medicine รายงานว่าราว 30 เปอร์เซ็นต์ของนักวิ่งมาราธอนต่างก็เคยเผชิญกับปัญหาปวดหนักนี้ระหว่างเส้นทางหรือก่อนการออกตัว

อาการสำคัญ

อาการเหล่านี้อาจส่งสัญญาณได้ทั้งระหว่างการวิ่งหรือก่อนจะเริ่มวิ่ง เช่น

  • รู้สึกคลื่นไส้
  • ปวดแบบบิดเกร็ง
  • รู้สึกเหมือนมีแก๊สอยู่ในช่องท้อง
  • รู้สึกเหมือนมีกรดเกิน
  • ท้องเสีย
  • ต้องการเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน

หมายเหตุ ท้องเสียนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาการปวดหนักระหว่างวิ่งเท่านั้น

สาเหตุที่การออกกำลังกายทำให้ท้องเสียได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียระหว่างออกกำลังกายยังไม่แน่ชัดหนัก แต่ก็มีหลายทฤษฎีที่พอจะเชื่อมโยงได้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเหตุให้เกิดอาการปวดหนักได้

การเคลื่อนไหวระหว่างวิ่ง

ในตอนที่เราวิ่งจะมีจังหวะการเคลื่อนไหวที่ในทิศขึ้นลงตั้งฉากกับพื้นซึ่งไปส่งผลให้อวัยวะภายในขยับ ทำให้เกิดการเคลื่อนของอาหาร แก๊ส และกากใยภายในทางเดินอาหาร จนไปกระตุ้นให้เรารู้สึกอยากปลดทุกข์ โดยในผู้ป่วยท้องผูกบางรายแพทย์มักจะแนะนำการออกกำลังกายลักษณะนี้เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยขับถ่ายได้ดีขึ้น

จำกัดการไหลเวียนเลือด

มีงานวิจัยพบว่าการออกกำลังกายมีส่วนไปจำกัดการไหลเวียนเลือดบริเวณลำไส้ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้อัตราการดูดซึมสารอาหารรวมถึงของเหลวต่างๆ ภายในลำไส้ลดลง อันเป็นสาเหตุให้ร่างกายเลือกที่จะขับกากอาหารเหล่านี้ออกมาจนเกิดอาการท้องเสียในที่สุด

ประเภทอาหารที่กินก่อนจะวิ่ง

อาหารถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในนักวิ่ง โดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีโปรตีนสูง ผลไม้อบแห้ง หรือผลไม้จำพวกเบอร์รี่ นอกจากนี้หากคุณออกวิ่งทันทีหลังจากเพิ่งกินอิ่มใหม่ๆ ก็เป็นการเพิ่มความเสียงต่ออาการปวดหนักระหว่างวิ่งได้

ร่างกายเสียน้ำ

เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมีผลทำให้ความสามารถในการดูดซับสารอาหารของลำไส้เล็กลดลง ร่างกายก็จะเลือกขับสิ่งเหล่านี้ออกมากกว่าที่จะเก็บเอาไว้

สาเหตุอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ท้องเสียระหว่างวิ่งได้ เช่น

  • ผลข้างเคียงของยา
  • ปัญหาเกี่ยวกับโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome: IBS)
  • ความกังวลและความเครียด โดยเฉพาะช่วงก่อนเริ่มการวิ่ง
  • ระดับฮอร์โมนในร่างกาย
  • ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติของเส้นประสาทในลำไส้

วิธีในการรับมือและป้องกันอาการปวดหนักระหว่างวิ่ง

ถ้าจะพูดกันถึงวิธีแก้หรือป้องกันอาการปวดหนักระหว่างวิ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องอาหารที่คุณเลือกกินก่อนการออกกำลัง

เลือกให้ดีชีวิตเป็นสุข

อาหารบางประเภทมีผลกระตุ้นโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะจำพวกที่มีกากใยจำนวนมากอย่าง ผัก ธัญพืช และผลไม้ นอกจากนี้ก็มีอาหารที่มีไขมันสูง ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของข้าวสาลี นม หรือสารให้ความหวาน พยามเลี่ยงอาหารเหล่านี้หรือสิ่งที่ทำให้คุณแพ้เป็นพิเศษอย่างน้อย 3 – 4 ชั่วโมงก่อนออกวิ่ง

อย่ากินก่อนวิ่งเด็ดขาด

ย้ำกันอีกครั้งว่าคุณต้องพยายามเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ก่อนออกวิ่งอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และหากคุณเคยมีอาการปวดหนักระหว่างวิ่งมาก่อน ให้เลือกเป็นอาหารว่างมื้อเล็กๆ ก่อน 90 นาที – 2 ชั่วโมง หรือไม่ก็ลองแบ่งมื้ออาหารในแต่ละวันเป็นมื้อเล็กๆ 5 มื้อ แทนที่จะเป็นการกินมื้อใหญ่ 3 มื้อเหมือนปกติ

พยายามอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

ดื่มน้ำอย่างน้อย 0.3 ลิตรก่อนวิ่ง 60 – 90 นาที เพื่อให้ระดับน้ำในร่างกายของคุณเพียงพอและระหว่างวิ่งทุกๆ 15 – 20 นาทีควรจิบน้ำเรื่อยๆ คอยสังเกตตัวเองหากปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม นั่นแปลว่าร่างกายของคุณกำลังขาดน้ำอยู่

จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนออกวิ่ง

พยายามจัดตารางสำหรับการถ่ายหนักก่อนการวิ่ง คุณอาจมีตารางช่วงเวลาในการวิ่งซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที ก่อนออกไปวิ่งในการจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ขับของเสียในร่างกายออกให้หมด หรือไม่เช่นนั้น ถ้าเกิดว่าไม่สามารถถ่ายได้จริงๆ ก็ควรศึกษาเส้นทางว่ามีห้องน้ำอยู่ในจุดไหนบ้างเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเกิดสถานการณ์ที่คุณปวดหนักขึ้นมาคุณจะรู้ว่าควรจะวิ่งไปทางไหน เพิ่มเติมคือควรพกทิชชู่หรือกระดาษเปียกติดตัวไปด้วยจะดีมาก

สังเกตว่าสิ่งกระตุ้นสำหรับคุณคืออะไร

แต่ละคนจะมีความระคายเคืองต่ออาหารต่างประเภทกัน ดังนั้น พยายามสังเกตตัวเองว่าเวลากินหรือดื่มอะไรแล้วทำให้รู้สึกปวดท้องถ่ายเป็นประจำ นอกจากนี้ ก็ควรช่วงเวลาที่คุณมักจะปวดหนักอยู่เสมอ โดยสองวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถเลือกเลี่ยงอาหารและวางแผนช่วงเวลาในการวิ่งโดยไม่ต้องทนกับอาการปวดหนักระหว่างทาง

พบผู้เชี่ยวชาญ

ในกรณีที่คุณพยายามดูแลตัวเองด้วยขั้นตอนเบื้องต้นแล้วยังไม่สำเร็จ และยังมีอาการมีอุจจาระปนเลือด ท้องเสียอย่างรุนแรง ปวดหัวอย่างหนัก หลังออกกำลังกายเสร็จแล้วก็ยังท้องเสียไม่หาย หรือคลื่นไส้และปวดท้องอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์และตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียด เพื่อจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับคุณต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here