วิธีการฝึกจิตให้แข็งแรงเพื่อเป็นนักวิ่งสุดสตรอง

0
596

วิธีการฝึกจิตให้แข็งแรงเพื่อเป็นนักวิ่งสุดสตรอง

 

ฝึกใจให้แข็งแกร่งคืออะไร

การฝึกจิตให้แข็งแรงคือการที่เรามีประสิทธิภาพในการฝึกในระดับความสามารถสูงสุดที่ยากลำบาดด้วยความอดทนและข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างดี สิ่งนี้จะขึ้นอยู่กับนักวิ่งแต่ละคน โดยความสำคัญของการฝึกจิตใจให้แข็งแกร่งนี้คือจะทำให้เราแตกต่างจากคนที่มีเพียงแค่พรสวรรค์ ความอดทนทำให้สามารถต่อสู้กับความเหนื่อยยากต่างๆ ไปได้ หากไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่งจะทำให้คุณทำได้เพียงแค่ค่าเฉลี่ยทั่วไป เมื่อคุณสามารถฝึกไปถึงจุดสูงสุดจะทำให้คุณพิชิตเป้าหมายได้ทั้งระยะสั้นระยะยาว

1.ให้ความหมายของการฝึกจิตใจให้แข็งแกร่งของคุณเอง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าความหมายของจิตใจที่แข็งแกร่งนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน คุณจึงควรเป็นคนที่นิยามความหมายเป็นของคุณเองไม่อย่างนั้นคุณก็ไม่อาจฝึกสิ่งนี้ได้สำเร็จ

สิ่งที่ต้องทำ

หยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่นเขียนประสบการณ์ เป้าหมายในการฝึกและความหมายของจิตใจที่แข็งแรงสำหรับคุณลงไป อะไรที่คิดขึ้นได้เป็นอย่างแรกให้เขียนไปเลยไม่ต้องคิดว่าถูกหรือผิด

ตัวอย่างคำนิยาม

  • สามารถวิ่งต่อเนื่องได้ในระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
  • ตื่นมาวิ่งแต่เช้าได้
  • เริ่มวิ่งจากศูนย์ได้
  • เพิ่มระยะทางการวิ่งในแต่ละสัปดาห์โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
  • วิ่งคนเดียวในสภาพอากาศที่ไม่ดีได้
  • ไม่ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ได้ 1 เดือน
  • วิ่งด้วยความเร็วได้ 200 เมตรในช่วงท้ายของการฝึก
  • ออกกำลังในแบบที่คุณไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ได้
  • วิ่งกับนักวิ่งมืออาชีพและไม่ยอมแพ้
  • วิ่งในระยะทางที่เพิ่มขึ้นได้

จากนั้นให้คอยอัปเดตและตรวจเช็คสิ่งที่เขียนไว้เรื่อยๆ ระหว่างโปรแกรมการฝึก

2.จินตนาการถึงความสำเร็จ

ไม่ว่าคุณกำลังคิดหรือเชื่อในอะไรสิ่งนั้นสามารถเป็นจริงได้ อาจฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่แต่ในโลกของการฝึกฝนวิธีนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก เป็นการนึกภาพคุณที่พิชิตความสำเร็จในการวิ่งนั้นแล้ว เหมือนกับที่กองทหารมักพูดว่า เราชนะในความคิดของเราก่อนที่เราจะสู้เสียด้วยซ้ำ

สิ่งที่ต้องทำ

ใช้เวลาอย่างน้อยวันละ 5 – 10 นาทีต่อวันในการฝึกคิดถึงภาพตัวเองที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เริ่มด้วยการผ่อนคลายร่างกาย หายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ ค่อยๆ คลายความตึงตัวต่างๆ โฟกัสไปที่การหายใจ จากนั้นค่อยๆ วาดภาพขึ้นมาในดวงตาถึงสิ่งที่คุณตั้งเป้าหมายไว้ จินตนาการว่าคุณได้อยู่ในสถานการณ์นั้น ทำสิ่งนั้นได้สำเร็จแล้ว นึกภาพให้ชัดเจนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วจึงค่อยๆ เรียงลำดับให้เป็นเหมือนภาพยนต์ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนคุณรู้สึกถึงมันได้จริงๆ รู้สึกถึงพลังงานและความแข็งแกร่งของภาพนั้น

3.ตั้งเป้าหมายที่เหมาะสม

คุณจะไม่สามารถฝึกจิตให้แข็งแกร่งได้หากคุณตั้งเป้าหมายที่ไม่เหมาะสม การมีเป้าหมายที่ดีจะช่วยขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้มากขึ้น ทำให้การฝึกมีความหมายมากกว่าการคิดขึ้นมาลอยๆ ไม่เช่นนั้นคุณอาจติดอยู่กับความคิดไม่ชัดเจนวนไปวนมา

สิ่งที่ต้องทำ

หยิบกระดาษปากกามาแล้วเขียนเป้าหมายลงไปทันทีในตอนนี้ คุณต้องการลดน้ำหนัก? คุณต้องการลงวิ่งมาราธอน? คุณต้องการวิ่งให้ได้เร็วขึ้น? หรือคุณต้องการรักษาหุ่นให้ดีอย่างนี้ไปตลอด? ไม่ว่าเป้าหมายคืออะไรให้เขียนและตั้งมันขึ้นมา

อย่าลืมที่จะกำหนดเป้าหมายที่เป็นไปได้และท้าทายเพียงพอต่อการฝึกของคุณ เพื่อพัฒนารูปแบบ ความเร็ว ระยะทาง เทคนิคและกลยุทธ์ต่างๆ ให้คุณเก่งขึ้นและทำลายลิมิตของตัวเองได้ ขณะเดียวกันก็ควรเป็นอะไรที่ไม่ยากจนเกินจะทำได้

4.สร้างความคิดบวก

การมีความคิดที่เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญในการฝึกสร้างจิตใจให้แข็งแกร่งได้ เหมือนคำพูดของจอนห์ ฟอร์ด ที่ว่า หากคุณคิดว่าคุณสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ ความคิดเหล่านั้นอาจเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ แน่นอนว่าอาจฟังดูแปลกๆ แต่คุณต้องมีการลงทุนเวลาและฝึกฝนสิ่งเหล่านี้เพื่อให้เป็นสะพานไปสู่ความสำเร็จ

สิ่งที่ต้องทำ

ประกอบด้วย 2 ส่วนด้วยกัน คือ

ส่วนแรก สร้างความตระหนักรู้

เป็นการออกกำลังทางจิตใจสิ่งที่คุณต้องการคือพื้นที่ในการพูดคุยกับตัวเอง สร้างนิสัยในการฟังเสียงของตัวเองเป็นประจำ วิเคราะห์และประเมินน้ำเสียง เวลาและความเร็วในการพูด ความแตกต่างของสภาวะจิตใจในแต่ละครั้ง เมื่อคุณโกรธ มั่นใจ มีความสุขหรือเศร้า เช่น หากคุณบอกตัวเองว่าคุณไม่สามารถทำได้หรอก ตั้งแต่การวิ่งครั้งแรกๆ นั่นอาจทำให้คุณไม่สามารถวิ่งได้จริงๆ

ส่วนที่สอง ใช้คำพูดปลุกใจ

การพูดกับตัวเองคือการที่ทำให้เรารู้และเข้าใจในความคิดของตัวเองทำให้คุณรู้จักพลังงานของตัวเอง แต่อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างพลังดีๆ เพื่อหักล้างความคิดแย่ๆ ออกไปคือ คำพูดหรือประโยคที่ช่วยทำให้คุณรู้สึกมีพลัง เช่น ฉันสามารถทำได้ ฉันมีความสามารถพอ หรือหาคำพูดอื่นๆ ที่คุณชอบได้ตามอินเทอร์เน็ต ทำให้คุณมีแรงบันดาลใจและสามารถฝึกฝนต่อไปได้อย่างไม่ติดขัด

5.วิ่งในสถานที่ที่ท้าทาย

อาจฟังดูโหดร้ายไปหน่อย แต่หากคุณเป็นคนที่มัวแต่วิ่งหรือฝึกอยู่ในที่ที่สบายๆ คุณจะไม่สามารถพัฒนาไปได้ไกล คุณต้องท้าทายตัวเองด้วยความยากลำบากเสียบ้าง วิ่งออกจากโซนปลอดภัยบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้คุณรู้ว่าคุณมีความสามารถและมีพัฒนาการมากขึ้นเพียงใด

สิ่งที่ต้องทำ

ค่อยๆ ทำตามสิ่งต่อไปนี้ทีละเล็กละน้อยก็ได้

  • วิ่งในที่ที่ไม่คุ้นเคย
  • วิ่งขึ้นเขาเสียบ้าง
  • วิ่งท่ามกลางความเหน็บหนาว
  • วิ่งในที่ที่มีสิ่งกีดขวางมากๆ
  • วิ่งกลางสายฝน
  • วิ่งตอนที่อากาศร้อน
  • วิ่งระยะไกลลำพังบ้าง
  • ฝึกฝนความอดทนระหว่างที่วิ่ง

6.ฝึกเพ่งความสนใจ

การฝึกจิตที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมในการทำให้จิตใจของเรามีความแข็งแกร่งสามารถเผชิญกับสิ่งต่างๆ ได้ดี คือ การฝึกสมาธิ ความจริงแล้วอาจพูดได้ว่าการมีสมาธิทำให้เกิดความสุขขึ้นได้เป็นการฝึกที่ไม่ควรมองข้ามไม่ว่าคุณจะต้องการฝึกใจให้แข็งแกร่ง ลดความเครียด หรืออยากมีความสุขมากขึ้น

สิ่งที่ต้องทำ

ง่ายๆ เลยคือทำสมาธิอย่างน้อย 15 – 20 นาทีทุกวัน ก่อนการออกกำลังกายโดยเฉพาะหากต้องฝึกหนักหรือต้องวิ่งระยะทางไกลๆ เพ่งไปที่ลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก ทำใจให้ปลอดโปร่งและเพ่งไปที่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่อย่างเต็มที่

 

ที่มา : runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here