วิ่งอย่างปลอดภัยด้วย 18 เทคนิค

0
584

วิ่งอย่างปลอดภัยด้วย 18 เทคนิค

 

การวิ่งกลางแจ้งนั้นมีประโยชน์มากมาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง สัดส่วนเข้าที่ ปอดทำงานดีขึ้น ได้รับวิตามินดีและอีกมากมาย แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างคือเป็นเสี่ยงต่อการพบเจอคนไม่ดีหรืออุบัติเหตุบนท้องถนน วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ ที่จะทำให้คุณวิ่งได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ป้องกันการเกิดอันตรายต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการฝึกของคุณ

วิ่งอย่างไรให้ปลอดภัย

คุณจะสามารถป้องกันการเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดจากการวิ่งบนท้องถนนได้จาก 18 ข้อควรระวังต่อไปนี้ ควรปฏิบัติเป็นประจำและให้ความสำคัญหากไม่ต้องการให้เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น

 

1.หาเพื่อนวิ่ง

การวิ่งกับเพื่อนหรือวิ่งเป็นกลุ่มช่วยให้คุณรู้สึกปลอดภัย และสามารถช่วยกันตัดสินใจหรือผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ดีไปได้ อย่างไรก็ตามคุณอาจหาคนที่วิ่งไปด้วยไปได้ ลองมองหากลุ่มนักวิ่งหรือพาสุนัขคู่ใจออกไปวิ่งด้วยก็เป็นไอเดียที่ดี ยิ่งสุนัขมันจะมีความรู้สึกต่อันตรายได้ดีทีเดียว

 

2.ทิ้งโน้ตไว้

บอกเพื่อนร่วมห้องหรือคนรักของคุณก่อนออกไปวิ่ง สิ่งที่พวกเขาควรรู้ว่าจะตามคุณได้ที่ไหนหากเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้น และเมื่อคุณกลับมาก็ควรบอกกล่าวกับพวกเขาด้วยว่าคุณปลอดภัยดี

 

3.พกสิ่งที่บ่งบอกตัวตนไปด้วย

พกใบขับขี่ บัตรประจำตัวหรือบัตรประกันภัยติดกระเป๋าไปด้วย ไม่ว่าคุณจะวิ่งคนเดียวหรือไปกับเพื่อนก็ตาม ที่สำคัญควรมีข้อมูลเบอร์โทรติดต่อบุคคลในกรณีฉุกเฉินติดไปด้วย รวมถึงอาการโรคประจำตัวต่างๆ ควรมีระบุไว้ในกระเป๋าของคุณ

 

 

4.พกเงินไปบ้าง

นอกจากบัตรประจำตัวต่างๆ แล้วควรพกเงินสดหรือบัตรเครติดไปบ้าง เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่จำเป็นจะต้องใช้เงินขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหาร เครื่องดื่มหรืออาจจะต้องนั่งรถกลับบ้านหากสภาพอากาศเปลี่ยนแปรขึ้นมาทำให้วิ่งไม่ได้ หรืออาจได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น พกเงินไปเล็กน้อยให้เพียงพอที่จะใช้ในกรณีฉุกเฉิน

 

5.เอาโทรศัพท์ไปด้วย

เมื่อเกิดเหตุที่ไม่ค่อยดีโทรศัพท์เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ส่วนมากโทรศัพท์จะมีระบบจีพีเอสซึ่งช่วยให้ตามหาหรือหาทางกลับบ้านได้ในกรณีที่คุณหลงทาง และอาจจำเป็นต้องใช้โทรหาเพื่อในกรณีที่จำเป็นอย่างได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุ

 

6.วิ่งสวนทาง

การวิ่งสวนทางกับทิศที่รถแล่นมาจะช่วยให้คุณสังเกตและระวังตัวจากรถที่แล่นบนท้องถนนได้ดีกว่า นอกจากนี้คนขับก็ยังสามารถสังเกตเห็นคุณได้ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะเมื่อคุณวิ่งในตอนกลางคืนหรือช่วงเช้าตรู่ รวมไปถึงป้องกันเหตุการลักพาตัวเพราะคุณจะสามารถสังเกตเห็นพวกเขาได้ก่อน

7.คนขับรถมักจะมองไม่เห็นคุณ

คนขับรถส่วนมากมักจะเปิดวิทยุเสียงดัง มองไปที่อีกฝากของถนน คุยโทรศัพท์หรือแม้แต่เมา พวกเขาจะไม่ค่อนให้ความสนใจกับนักวิ่งสักเท่าไหร่ ดังนั้น คุณต้องพยายามดูแลตัวเองและคอยระวังตัวให้ดี

 

8.มองตา

สบตาคนขับรถก่อนตัดสินใจข้ามถนนและอย่าพยายามแข่งกับรถ หากคุณและรถกำลังแล่นไปที่หัวมุมถนนหรือทางแยกพร้อมๆ กัน ควรหยุดวิ่งแล้วให้รถไปก่อน เพราะคุณไม่มีทางวิ่งได้เร็วกว่ารถที่แล่นอยู่แน่นอน และหากคุณอยู่ที่จุดข้ามถนนก็ควรสังเกตสัญญาณต่างๆ นอกจากไฟแล้วควรมองคนขับด้วย มองตาเป็นสัญญาณให้กันและกัน แต่หากคุณไม่อยากเสี่ยงกับอุบัติเหตุจริงๆ ก็ลองวิ่งในสวนหรือวิ่งเทรลจะดีกว่า

9.มองให้รอบ

ถึงแม้ว่าคุณจะวิ่งอยู่บนทางเท้าหรือช่องสำหรับวิ่งที่ปลอดภัยจากรถยนต์ต่างๆ ก็ควรจะให้ความสำคัญและคอยสังเกตทั้งผู้คน นักวิ่งอื่นๆ และจักรยานด้วย ก่อนจะวิ่งผ่านคนอื่นหรือจักรยานให้สัญญาณเบาๆ แก่พวกเขา ไม่มีใครอยากตกใจตอนออกกำลังกาย ควรให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงคอยสังเกตว่ามีสัตว์ต่างๆ อยู่ในเส้นทางด้วยหรือไม่อย่างสุนัข เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวคุณเองและสัตว์เหล่านั้น

 

10.มองทั้งสองฝั่งถนน

ก่อนจะข้ามถนนควรมองทั้งสองฝั่งก่อนจะข้ามถนน เพื่อให้ข้ามได้อย่างปลอดภัยทุกครั้ง

11.ใส่ชุดสีสดใส

หากคุณจำเป็นต้องวิ่งตอนกลางคืนหรือวันที่มีหมอกลงมากๆ ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ควรสวมเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่มีสีสันสดใส เรืองแสงหรือสะท้อนแสงเพื่อให้คนอื่นๆ สามารถสังเกตเห็นคุณได้และช่วยป้องกันความปลอดภัยให้คุณได้เป็นอย่างดี

 

12.รับมือกับสุนัขอย่างถูกวิธี

หากคุณเป็นคนที่กลัวสุนัทอยู่แล้ว ควรเรียนรู้ที่จะรับมือเมื่อต้องเผชิญหน้าด้วยวิธีที่เหมาะสม หยุดวิ่งทันที อย่าสบตาเพราะจะทำให้เจ้าสุนัขรู้สึกว่าคุณเป็นศัตรู เคลื่อนไหวช้าๆ ใจเย็นๆ สั่งออกเสียงดังๆ มั่นคงให้มันหยุดหรือไล่ไป

 

13.ไม่ควรใส่หูฟัง

แน่นอนว่าเสียงเพลงทำให้คุณวิ่งได้ดีขึ้น แต่หากคุณต้องวิ่งในที่ที่ค่อนข้างอันตราย มีรถหรือผู้คนมากๆ แนะนำว่าไม่ควรจะใส่หูฟังเพราะจะทำให้คุณสูญเสียความรู้สึกต่ออันตรายรอบข้างที่อาจเกิดขึ้น ทำให้คุณรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้แย่ลงกว่าปกติ

 

 

14.มีมารยาท

หากต้องพบกับเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรือโดนแซวควรปล่อยไป อย่างไปโต้ตอบเพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ให้วิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ต้องใส่ใจผู้คนเหล่านั้น

15.เรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวบ้าง

ควรเรียนรู้การป้องกันตัวเบื้องต้นเอาไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดคุณจะได้สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือรอดพ้นจากสิ่งเหล่านั้น เป็นการป้องกันตัวและทำให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกว่าคุณอ่อนแอ พยายามสบตาและต่อสู้เท่าที่จะเอาตัวรอดได้แล้วให้วิ่งหนีทันที อย่างเช่น ต่อยศอกที่หน้าหรือท้อง ตีเข่าที่หว่างขา ต่อคอหรือจิ้มตา จากนั้นวิ่งหนีให้เร็วที่สุดอย่าหันหลังกลับ

 

16.เปลี่ยนเส้นทาง

คุณควรมีเส้นทางในการวิ่งสักสองสามเส้นทางแล้วสลับวิ่งในแต่ละเส้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีแบบแผน เพราะจะทำให้คนร้ายหรือคนที่คิดไม่ดีจำคุณไม่ได้ ตรงกันข้ามถ้าคุณวิ่งเส้นทางเดิมๆ ทุกวันอาจตกเป็นเป้าของพวกมิชฉาชีพได้ ดังนั้น พยายามสลับวิ่งไปที่อื่นๆ โดยไม่มีแบบแผนบ้าง

17.ใช้แอพพลิเคชั่น

ควรโหลดแอพพลิเคชั่นที่เป็นประโยชน์มาใช้ เช่น StaySafe เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยระบุเส้นทางที่คุณวิ่งตลอดช่วงเวลาจนถึงบ้าน โดยที่คุณไม่ต้องคอยจับหรือดูระหว่างวิ่งเลย และยังมีการให้คุณกรอกชื่อและข้อมูลการติดต่อบุคคลในกรณีฉุกเฉินอีกด้วย MyPanic เป็นแอพพลิเคชั่นที่บ่งบอกความหนาวแน่นและจำนวนผู้คนในพื้นที่ และ bSafe เป็นแอพพลิเคชั่นที่เพียงการแตะครั้งเดียวจะส่งเสียงสัญญาณ อัดวิดีโอ ติดต่อและส่งที่อยู่ถึงบุคคลฉุกเฉินที่คุณตั้งค่าไว้ตอนแรกทันที

 

18.เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง

ทุกคนมักจะมีสัญชาตญาณหรือลางสังหรณ์เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์หรือสถานที่ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่อคุณรู้สึกเช่นนี้ระหว่างที่วิ่งควรเชื่อตัวเองแล้วหลบเลี่ยงในทันที

 

ที่มา : runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here