วิ่งอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

0
614

วิ่งอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

บางครั้งเราก็สามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแต่บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อย่างไรก็ตามนักวิ่งทุกคนต่างต้องการที่จะทำให้ได้ เมื่อเราสามารถทำได้จะทำให้รู้สึกวิ่งได้อย่างสบายๆ และมีความสุขกับการวิ่งเอามากๆ ปัจจุบันมีนักวิจัยทำการศึกษาการตอบสนองของสมองต่อการวิ่งและพบว่าความสามารถในการไปให้ถึงจุดสูงสุดขณะที่วิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ย้อนกลับไปบรรพบุรุษของมนุษย์นั้นอยู่รอดได้ด้วยอาหาร ทำให้พวกเขาต้องวิ่งและวิ่งให้เร็วขึ้นเพื่อการดำรงชีพ เกิดการหลังสารเคมีในสมองทำให้สามารถเพิ่มความเร็วและวิ่งได้ไกลมาขึ้น Dr.David A. Raichlen ศาสตราจารย์ด้านมนุษวิทยาจาก University of Arizona กล่าวว่าประสิทธิภาพในการวิ่งสูงสุดจะทำให้ไม่รู้สึกต่ออาการเจ็บปวดหรือเมื่อยล้าต่างๆ และถึงแม้ว่าเราจะไม่ออกวิ่งไล่ล่าอาหารค่ำอีกต่อไป แต่การเรียนรู้ปฏิกิริยาการทำงานของสมองอาจช่วยให้เราสามารถวิ่งอย่างมีประสิทธิภาพไปถึงความสามารถสูงสุดของเราได้

 

เอ็นโดรฟิน

สารแห่งความสุข เอ็นโดรฟินเป็นสารเคมีที่มีผลคล้ายกับมอร์ฟีน เป็นเวลาหลายปีที่นักวิ่งส่วนใหญ่มักเชื่อว่ามันทำให้พวกเขารู้สึกดี และในปี 2008 นักวิจัยชาวเยอรมันได้ทำการสแกนสมองของนักวิ่งเพื่อค้นหากลไกการทำงานที่แท้จริงและพบว่าระหว่างการวิ่งเป็นเวลาสองชั่วโมงสมองส่วนหน้าและบริเวณลิมบิกซึ่งทำหน้าที่ตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึกเป็นส่วนที่ผลิตเอ็นโดรฟินออกมา ยิ่งมีการผลิตเอ็นโดรฟินออกมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้นักวิ่งรู้สึกดีมากเท่านั้น

วิธีการ พยายามฝึกให้หนัก แต่ไม่ต้องหนักจนเกินไป เอ็นโดรฟินจะหลั่งออกมาเพื่อช่วยให้ร่างกายไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเมื่อต้องเผชิญกับกิจกรรมที่หนัก Dr.Matthew Hill ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก  University of Calgary’s Hotchkiss Brain Institute กล่าว แต่ไม่ได้หมายความว่าการวิ่งของคุณจะต้องฝึกอย่างหนักหน่วงจนเกินไป พยายามหาจุดที่ท้าทายมากพอและฝึกวิ่งได้อย่างสบายใจ ในการศึกษาในประเทศเยอรมัน ผู้เข้าร่วมที่วิ่งเป็นเวลา 2 ชั่วโมงด้วยความเร็ว 6 – 7 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยไม่ง่ายและไม่น่าเบื่อนัก “นักวิ่งส่วนใหญ่ต่างเคยรู้สึกถึงการทำงานของเอ็นโดรฟินเมื่อพวกเขาพยายามฝึกอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้ทุกครั้ง” Dr.Cindra S. Kamphoff ผู้อำนวยการ Center for Sport and Performance Psychology ใน Minnesota State University กล่าว การวิ่งระยะสั้นๆ ไม่สามารถทำให้ร่างกายไปสู่จุดนั้นได้ และการวิ่งระยะไกลหรือวิ่งด้วยความเร็วก็หนักเกินไปที่จะทำให้รู้สึกดี เอ็นโดรฟินไม่สามารถหลั่งในคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ค่อยได้ฝึกวิ่ง เป็นสาเหตุที่ทำให้นักวิ่งหน้าใหม่รู้สึกล้าในช่วงเริ่ม นอกจากนี้มีการศึกษาจาก Oxford University ระบุว่า การฝึกวิ่งเป็นกลุ่มนั้นมีผลต่อการหลั่งเอ็นโดรฟินได้มากกว่าการวิ่งเพียงลำพังอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยกล่าวว่าการฟังเพลงตอนที่คุณวิ่งคนเดียวจะไปขัดขวางการหลั่งเอ็นโดรฟิน

 

สารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์

แน่นอนว่าเอ็นโดรฟินนั้นเป็นสารที่คนต่างให้ความสนใจ แต่ร่างกายเรายังมีการผลิตสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์ซึ่งเป็นสารรูปแบบหนึ่งของ THC ที่ทำหน้าที่ประสานงาน มีหลักการทำงานคล้ายๆ สารที่มีอยู่ในกัญชา โดยสารที่พบมากที่สุดในกลุ่มนี้อย่างอะนันดาไมด์เชื่อว่าทำให้จิตใจสงบลงได้ เอ็นโดรฟินนั้นเกิดจากการสร้างในนิวรอนที่เฉพาะเจาะจงแต่สารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์นั้นสามารถสร้างได้จากแทบทุกเซลล์ในร่างกาย จึงทำให้เกิดผลอย่างมากต่อสมองของคุณ

วิธีการ การผลิตสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์เชื่อว่าเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายมากกว่าความเจ็บปวด ซึ่งความเครียดที่เกิดขึ้นกับร่างกายและความหนักขณะวิ่งมีลักษณะที่ค่อนข้างคล้ายกัน หมายความว่ากลไกที่กระตุ้นเอ็นโดรฟินก็สามารถกระตุ้นสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์ได้เช่นกัน Raichlen กล่าวว่าถ้าลองวิ่งด้วยความหนักที่ 70 – 85 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวในสูงสุดในช่วงอายุของคุณอาจทำให้ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลหลั่งและทำให้เกิดสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์ได้ (ถ้าคุณอายุ 30 ก็วิ่งให้หัวใจเต้นอยู่ที่ 142 – 161 bpm) และงานวิจัยของ Hill ก็พบว่าความเครียดทางจิตใจก็สามารถทำให้เกิดการหลั่งสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์ได้ในปริมาณเล็กน้อย แต่หากเป็นความเครียดเรื้อรังอาจไม่ส่งผลต่อกระบวนการนี้ จึงเป็นสารเหตุที่ Dr.Cecilia J. Hillard ผู้อำนวยการ Neuroscience Research Center จาก Medical College of Wisconsin แนะนำว่าเราควรนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงเพื่อให้การหลั่งสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์นั้นมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้งานวิจัยของเธอยังพบว่าระดับสารเอ็นโดรแคนนาบินอยด์จะสูงเป็นสามเท่าในตอนเช้า แม้จะยังไม่มีงานวิจัยมารองรับว่าการวิ่งช่วงเช้านั้นสามารถผลิตสารเหล่านี้ได้ดีกว่าช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นก็ตาม แต่ก็น่าจะเป็นการทดลองที่คุ้มค่าทีเดียว

 

ที่มา : runnersworld

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here