สถิติการวิ่งมาราธอนอย่างไม่เป็นทางการของชายวัย 70 ปี

0
651

สถิติการวิ่งมาราธอนอย่างไม่เป็นทางการของชายวัย 70 ปี

 

วันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา Gene Dykes เข้าร่วมการวิ่งมาราธอน Jacksonville โดยทำเวลาไปได้ 2:54:23 ฟังดูอาจไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตกใจเท่าไหร่นัก แต่ถ้าบอกว่านักวิ่งคนนี้อายุ 70 ปีแล้วล่ะ ด้วยความเร็ว 6.39 ไมล์ต่อชั่วโมงทำให้เขาทำลายสถิติโลกด้วยความเร็วสูงสุดในกลุ่มผู้สูงอายุโดยโค่นแชมป์ชาวแคนาดาคนก่อนอย่าง Ed Whitlock ลงได้

 

อย่างไรก็ตาม Dykes ไม่เคยคิดจะทำลายสถิติอะไรเลย Jacksonville ถือเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก USA Track & Field (USATF) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลความปลอดภัยและถูกต้องของการกีฬา แต่งานวิ่งที่จัดขึ้นไม่ได้รับการอนุญาตจาก USATF ปกติแล้วงานวิ่งต่างๆ ต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมและทำข้อตกลงที่จะปฏิบัติตามกฏการแข่งขันนานาชาติรวมถึงมีหน่วยงานประกันชีวิตรองรับจึงจะสามารถได้รับอนุญาตและการรับรองจาก USATF ให้จัดงานวิ่งสำหรับผู้สูงอายุได้

 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม Dykes ได้เล่าถึงสถิติที่เขาทำ การฟื้นตัวจากการวิ่งมาราธอนและแผนการสำหรับปี 2019

 

คุณทราบมั้ยว่าสถิติของคุณอาจจะไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

ผมทราบในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่หนังสือพิมพ์ Jacksonville ลงข่าว ตอนนั้นผมไม่ได้อยู่บ้าน แต่หลังจากกลับบ้านที่ Bala Cynwyd เมือง Pennsylvania ผมก็เริ่มหาข้อมูลและพบว่างานวิ่งอาจจะไม่ถูกรับรองซึ่งก็โทษใครไม่ได้หรอกนอกจากตัวผมเอง ผมบอกกับตัวเองมาตลอดว่างานวิ่งนี้ทำให้ผมมีแรงใจเพื่อที่จะพิชิตเป้าหมายและผมก็ทำมันอย่างเต็มที่แล้ว การมีสถิติเป็นสิ่งที่ดีแต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมมองไว้ในอนาคต ผมจะยังคงวิ่งต่อไปในปี 2019 และไม่มีการตั้งเป้าเกี่ยวกับสถิติอะไรทั้งนั้น ให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า ปีนี้ผมอาจจะลงวิ่งใน Houston และในปี 2020 ก็อาจจะเข้าร่วมงานวิ่งในลอนดอน เป็นงานวิ่งระดับโลกที่จัดขึ้นสำหรับกลุ่มคนอายุมากๆ ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแต่ผมทราบข่าวจากคนที่จัดงานว่ามันจะมีขึ้นจริงๆ

 

คุณเสียใจมากแค่ไหนหากเทียบคะแนนจาก 1 – 10

ผมค่อนข้างโอเค อย่างที่บอกว่าโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง ผมรู้สึกดีกับมันนะ อย่างนั้นก็ทำให้ผมมั่นใจว่าจะวิ่งให้เร็วขึ้นในทุกๆ ปี ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วกับการวิ่งต่อไป กฏก็คือกฏ และผมไม่ต้องการให้เกิดการประท้วงใดๆ ใครอยากจะถูกมองว่าเป็นเด็กงอแงอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้กันล่ะ?

 

คุณได้ติดต่อกับผู้จัดงานวิ่ง Jacksonville มั้ย

ผมพยายามติดต่อเขา แต่เขาก็อาจจะยังคงเศร้าอยู่เหมือนกัน ผมแค่อยากมั่นใจว่าเขาไม่ได้มีจุดประสงค์ที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามผมยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเขา

 

ร่างกายของคุณเป็นอย่างไรบ้างตอนที่วิ่ง

ระหว่างที่วิ่งผมรู้สึกดีกว่าตอนอยู่ใน Toronto นะ ตอนนี้ผมวิ่งได้เวลา 2:55:17 แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าตอน Rotterdam ซึ่งทำเวลาไป 2:57:43 ผมว่ามีโอกาสที่จะทำเวลาวิ่งได้ดีอยู่เสมอ อย่างเดียวที่เป็นก็คือตะคริวที่น่อง ตอนช่วงก่อนใกล้เส้นชัยผมถึงกับต้องหยุดพักครู่หนึ่งทีเดียว

 

ตอนนั้นคุณอยู่ตรงไหน

ตอนนั้นผมหยุดและอยู่นอกเส้นทาง ผมรู้ว่าผมควรจะเร่งฝีเท้าทนไปให้ถึงเส้นชัยแต่ผมก็ไม่อยากจะต้องไปล้มหรือบาดเจ็บไปต่อหน้าเส้นชัยแบบนั้น ผมวางแผนที่จะพักสองสามสัปดาห์หลังจากงานวิ่งที่ Jacksonville ซึ่งอาจจะไปลงวิ่งสั้นๆ ที่ Houston ในระหว่างนี้ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนผมก็เพิ่งล้มในงานวิ่งแรกของปีนี้ที่ Wild Azalea Trail 50 หลังจากวิ่งไปได้ 20 ไมล์ ผมรู้ว่าผมอาจจะไปวิ่งใน Houston ไม่ได้แต่ผมก็ยังพยายามวิ่งต่อจนถึง 30 ไมล์แล้วก็ล้มไปจริงๆ จนเข่ากระแทกอย่างแรง 4 วันที่แล้วผมเดินไม่ได้เลยจนคิดว่าอาจจะวิ่งไม่ได้อีกเลย แต่วันนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วอาจจะยังมีบวมอยู่บ้างแต่ไม่ปวดเลย

 

การที่เข่าของคุณกระแทกแล้วหายเร็วแบบนี้ถือเป็นสัญญาณอะไรหรือเปล่า

ใช่ การบาดเจ็บมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่จะไม่ทำให้ผมหยุดวิ่งเด็ดขาด จริงๆ มันมีหลายเส้นทางการวิ่งให้เลือกอยู่แล้วไม่จำเป็นจะต้องเลือกสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับคุณ เลือกอะไรที่เหมาะกับตัวคุณเองโดยเฉพาะคนในวัยอย่างผมควรจะมีแผนสำรองต่างๆ เผื่อเอาไว้จะดีที่สุด

 

คุณเคยคิดมั้ยว่าถ้า Ed Whitlock ดื่มเครื่องดื่มอย่าง Maurten และ Vaporflys จะช่วยให้เขาวิ่งได้เร็วขึ้น

Maurten เปลี่ยนชีวิตผมเลย ผมบอกทุกคนเสมอว่าผมจะดื่มมันตลอดเวลาวิ่งมาราธอน ทำให้ผมวิ่งได้ดีขึ้นมากทีเดียว ผมคิดว่าผมอาจจะไม่สามารถทำลายสถิติของเขาได้ถ้าไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มพวกนั้น แต่เป็นธรรมชาติของกีฬา ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ว่าเขาจะถือครองสถิตินี้มานานกว่า 14 ปี แต่ในที่สุดก็ถูก Norm Green ยึดไปซึ่งเขาก็วางแผนมานานกว่า 30 – 40 ปีทีเดียว

 

คุณโพสต์ตารางการงานวิ่งลงในเฟสบุ๊ก ระยะรวมกว่า 1,360 ไมล์ งานมาราธอน 5 งานและ อัลตร้ามาราธอนอีก 13 งาน เป็นแผนปกติของคุณหรือเปล่า?

ผมใช้แผนการวิ่งประมาณนี้มาประมาณ 2 – 3 ปีที่แล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับปีที่ผ่านมา ปกติแล้วผมจะเลือกงานวิ่งที่อยากจะเข้าร่วมมากๆ ซึ่งมีอยู่หลายงาน ผมก็จะเลือกงานที่น่าสนใจและสำคัญๆ อย่างในปี 2017 ผมก็ไม่ได้เข้าร่วมงานมาราธอนที่ต้องใช้ความเร็วสักเท่าไหร่ แต่เป็นงานวิ่งระยะไกล 200 ไมล์หรือมากกว่านั้นเสียมากกว่า ปีนี้หลังจากการแข่งขันในช่วงที่ผ่านมาผมอยากจะโฟกัสไปที่การวิ่งให้มากขึ้น เลยเลือกงานมาราธอนที่มีระยะมากๆ อย่าง Boston และ Big Sur แน่นอนว่าใน Boston นั้นไม่สามารถบันทึกสถิติได้ซึ่งก็ไม่สำคัญนัก แต่ใน New York City อาจจะพอเป็นไปได้บ้าง แต่ผมก็ไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกเท่าไหร่แต่ก็หวังเล็กๆ ว่าอยากจจะทำสถิติตอนอายุ 71 ใน New York City ให้ได้อยู่เหมือนกับที่ Rotterdam ต้องวิ่งให้ไม่เกินสามชั่วโมงเพราะ John Keston ทำเวลาเอาไว้  3:00:58 เมื่อปี 1996 และคิดว่า Ed Whitlock อาจจะยังอยู่ในช่วงบาดเจ็บอยู่ด้วย กลุ่ม ARRS เป็นผู้บันทึกสถิติและมันสร้างแรงจูงใจให้ผมอย่างมาในการฝึก Ed Whitlock ทำเวลาไว้ 3 ชั่วโมง 23 วินาทีตอนเขาอายุ 70 ผมคิดว่าผมอาจจะทำได้สัก 2:54 ในปีนี้ แต่บางเป้าหมายก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ผมมีเป้าหมายคือจะเป็นคนที่อายุมากที่สุดที่สามารถเข้าเส้นชัยในหลายๆ งานวิ่ง ถึงจะไม่มีคนบันทึกสถิติของผมแต่ผมก็จะตั้งใจทำมันให้ได้

 

เห็นคุณวางตารางวิ่ง 218 ไมล์ที่ออสเตรเลียไว้ งานนั้นมันเป็นอย่างไร? มีการหยุดพักหรือเปล่า?

ผมวิ่งมาแล้ว 3 ครั้งในปี 2017 สำหรับผมมันค่อนข้างง่ายกว่าการวิ่งระยะ 100 ไมล์ เพราะคุณจะพยายามเร่งความเร็วให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมสามารถวิ่งให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง แต่พวกเขาจะให้เวลาคุณทั้งหมด 4 วันในการวิ่ง 200 กว่าไมล์นี้ ซึ่งคุณก็สามารถแบ่งออกเป็นครั้งละ 100 ไมล์แบบสบายๆ หรือจะแบ่งย่อยไปเป็นระยะๆ แล้วค่อยๆ ทำตามเป้าหมายก็ได้แล้วแต่คุณ กลยุทธ์ของผมคือวิ่งเท่าที่ทำได้ สลับกับเดินเมื่อเหนื่อยและพักเมื่อต้องพัก เป็นทักษะที่คุณต้องเรียนรู้ จะวิ่งอย่างไรเมื่อเหนื่อยล้ามากๆ ผมจะใช้เวลาสักชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่งโมงงีบหลับระหว่างทาง วันละครั้งหรือสองครั้ง คุณแค่ต้องการที่นั่งหรือที่พักง่ายๆ เพื่องีบหลับนิดหน่อยแล้วก็จะยิ่งทำให้มีแรงในการวิ่งมากยิ่งขึ้น

 

หลังจากที่คุณผ่านการวิ่งอัลตร้ามาราธอนมาหลายครั้ง อะไรที่ทำให้คุณพร้อมที่จะลงวิ่งด้วยความเร็ว

ปกติแล้วผมจะใช้เวลาฝึกประมาณ 12 สัปดาห์เพื่อเตรียมพร้อมความทนทานให้ร่างกาย แต่ด้วยการวิ่งอัลตร้าไมล์ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความทนทานแล้ว จะมีก็แต่ต้องฝึกเพิ่มความเร็วซึ่งอาจจะใช้เวลาสัก 6 – 8 สัปดาห์ ผมมีเทคนิคการฝึกหลักๆ 2 อย่างคือ สังเกตุที่อัตราการเต้นของหัวใจหลังจากวิ่งเสร็จ อย่างถ้าวิ่ง 15 ไมล์ ผมจะวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 7 – 8 นาทีต่อไมล์จากนั้นจะพัก 5 วินาที ก่อนที่จะเริ่มไมล์ต่อไปจนครึ่งทางคือได้ระยะ 7.40 ไมล์ ก็จะเริ่มพักระหว่างไมล์มากขึ้นเป็น 10 – 15 วินาทีจนกว่าจะครบ 15 ไมล์แล้วก็จะเทียบอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างครึ่งทางและช่วงที่วิ่งเสร็จ ถ้าหากห่างกันประมาณ 3 ครั้งต่อนาทีก็แสดงว่าผมฝึกได้ค่อนข้างโอเค นอกจากนี้ก็ยังมีการฝึกวิ่งด้วยความเร็วที่มากกว่าที่ผมทำได้ในการวิ่งมาราธอนประมาณ 5 วินาทีต่อไมล์ ถ้าผมทำตามนี้ได้ก็แสดงว่าพร้อมแล้ว แต่ถ้าทำไม่ได้ก็แสดงว่าอาจจะต้องฝึกเพิ่ม คุณอาจจะคิดว่าแค่ 5 วินาทีเองในระยะ 16 ไมล์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยล่ะ

 

คุณวัดอัตราการเต้นหัวใจอย่างไร

ผมใช้ตัววัดที่ติดไว้ที่หน้าอกเป็น Garmin 220 แต่ถ้าเป็นตอนวิ่งในงานวิ่งจะใช้ Fenix 5x เพราะมันใช้หลักการในการวัดแบบเรียลไทม์ทุกๆ วินาที แต่ก็ค่อนข้างหนักและอาจทำให้เสียเวลาระหว่างวิ่งไปสัก 10 วินาทีได้ คุณต้องสังเกตน้ำหนัก เลือกรองเท้า เสื้อผ้าบางๆและที่ขาดเอวสำหรับพกพวกอาหารเสริมต่างๆ ผมต้องแบกของพวกนี้ระหว่างวิ่งไปด้วย ตอนนี้ผมมีเสื้อผ้าบางๆ แล้ว มีรองเท้าที่เบาแล้ว แต่ที่ยากคือการลดน้ำหนักลงนี่แหละ

 

คุณน้ำหนักเท่าไหร่? แล้วมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดหรือเปล่า?

ผมพยายามจะทำให้มันคงที่ น้ำหนักผมเฉลี่ยอยู่ที่ 142 ปอนด์ สูง 5 ฟุต 10 แต่อยากจะลดให้เหลือสัก 138 สำหรับการวิ่งมาราธอน ถ้าสามารถลดไปได้ถึง 133 ผมอาจจะทำเวลาได้ดีขึ้นสัก 5 นาที โดยที่ความแข็งแรงไม่ลดลงไป แต่ก็ค่อนข้างยากทีเดียว

 

จากความสำเร็จของคุณ มีคนรู้จักคุณมากขึ้นหรือเปล่า

คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ผมมีผู้ติดตามใน Strava เพิ่มขึ้นวันละ 5 – 6 คน มีงานสัมภาษณ์ 15 งาน ลงหนังสือพิมพ์ พอดแคสต์และบทความต่างๆ ผมเองก็ชอบอ่านเรื่องราวของนักวิ่งที่มีอายุมากๆ หรือนักวิ่งคนอื่นๆ อยู่แล้ว เราสามารถสนุกกับการวิ่งได้มากขึ้น ผมต้องการบอกเล่าประสบการณ์และแผนในการฝึกของผมเพื่อนที่จะทำให้ผมสามารถวิ่งได้ต่อไปและแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้กับผู้คน

 

ที่มา www.runnersworld

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here