สร้างกำลังใจในการวิ่งด้วย 23 เคล็ดลับ

0
632
Photo of happy couple running outdoors

สร้างกำลังใจในการวิ่งด้วย 23 เคล็ดลับ

คุณอาจเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานแต่ทุกคนก็ต้องมีวันแย่ๆ หรือวันที่ท้อแท้และอยากจะหยุดวิ่งไปเสียเดี๋ยวนั้น โดยเฉพาะการวิ่งที่ต้องอาศัยความมีวินัยอย่างมาก เราจะไม่สามารถวิ่งได้อย่างต่อเนื่องหากควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่บางครั้งคุณก็หมดกำลังใจได้เหมือนกันและสิ่งนี้แย่กว่าการได้รับบาดเจ็บเสียอีก เพราะอย่างน้อยเวลาที่บาดเจ็บคุณก็ยังรู้ว่าทำผิดตรงไหนและแก้ไขได้ แต่เมื่อหมดแรงใจคุณอาจไม่รู้เลยว่าปัญหาจริงๆ เกิดจากตรงไหน และจะต้องแก้อย่างไร วันนี้เราจะมาร่วมแบ่งปัน 23 เคล็ดลับที่จะช่วยสร้างแรงใจให้คุณ

 

 

1.ตั้งเป้าหมายในการวิ่ง

เป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนกำลังใจ เขียนและตั้งเป้าหมายที่เจาะจง ไม่ว่าคุณจะอยากลดน้ำหนัก 15 ปอนด์ หรือต้องการลงแข่งมาราธอน หรือต้องการลงแข่งงานวิ่งต่างๆ สัญญาณกับตัวเองและเขียนลงในกระดาษ

2.ทำให้เป็นนิสัย

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มักทำอะไรซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางจิตใจก็ตาม อย่างไรก็ตามอาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น ทำสิ่งนี้ให้เกิดประโยชน์และกลายมาเป็นพลังที่จะทำให้คุณฝึกวิ่งจนกลายเป็นนิสัยและกิจวัตรให้ได้

 

3.ฝึกกฏ 4 สัปดาห์

จากหนังสือ The Power Of Full Engagement ของ Tony Schwartz กล่าวว่าการทำอะไรต่อเนื่องโดยไม่หยุดในช่วง 4 สัปดาห์จะทำให้กลายมาเป็นนิสัยได้ ดังนั้น ฝึกวิ่งให้ได้ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์เพื่อให้สิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นนิสัยของคุณ

 

4.เตรียมตัวคืนก่อนวิ่งให้พร้อม

ไม่มีอะไรหยุดกำลังใจได้นอกจากความไม่พร้อม พยายามเตรียมใจให้พร้อมกับการฝึกวิ่งในคืนนั้น รวมถึงเตรียมรองเท้า เสื้อผ้าและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้เช้ามาคุณจะสามารถออกวิ่งได้เลย

 

5.หนึ่งไมล์เท่ากับ 100 แคลอรี่

ทุกๆ ไมล์ที่คุณวิ่งคุณจะสามารถเผาผลาญแคลอรี่ไปได้กว่า 100 แคลอรี่ ทั้งนี้ขึ้นกับความหนักในการฝึก อายุ น้ำหนักและปัจจัยอื่นๆ ด้วย สิ่งนี้จะทำให้คุณมีกำลังใจโดยเฉพาะหากคุณต้องการลดน้ำหนัก

6.จำเหตุผลของคุณให้ขึ้นใจ

หากจำเหตุผลในการเริ่มวิ่งไม่ได้อาจทำให้คุณหมดกำลังใจไปได้ง่ายๆ ลืมเรื่องเวลา ความหนักในการฝึกและปัจจัยอื่นๆ ไปก่อน ยึดถือสิ่งที่ทำให้คุณเริ่มวิ่งเอาไว้

 

7.ซื้ออุปกรณ์ดีๆ

รองเท้าวิ่งดีๆ สักคู่ไม่ได้มีราคาแพงมากมาย แต่สามารถทำให้คุณวิ่งได้ดีและมีประสิทธิภาพ เมื่อคุณได้รองเท้าคู่ใหม่รับรองว่าจะมีแรงสู้ในการวิ่งขึ้นมาอย่างแน่นอน

8.ฟังเพลง

จากการศึกษาพบว่าเสียงเพลงช่วยทำให้คุณวิ่งได้ระยะไกล ลดความรู้สึกล้าได้และยังทำให้คุณสนุกกับการวิ่งอีกด้วย ควรเลือกเสียงเพลงในจังหวะ 130 – 140 bpm เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

9.หาเพื่อนวิ่งด้วย

เมื่อคุณเริ่มออกวิ่งกับเพื่อน คุณจะสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องมากกว่า ทำให้คุณมีคนคอยรอฝึกอยู่และยังเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีซึ่งดีต่อระยะยาว

10.เข้าร่วมชมรม

การเข้าร่วมกลุ่มนักวิ่งอาจช่วยให้คุณมีกำลังใจและทำให้คุณอยากออกวิ่งได้เสมอ จากการศึกษาพบว่าชมรมเหล่านี้หรือการวิ่งเป็นกลุ่มสามารถลดความเหนื่อยล้าและทำให้คุณวิ่งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้คุณได้ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อีกด้วย

 

11.ให้รางวัลตัวเอง

เมื่อคุณสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จควรให้รางวัลกับตัวเองบ้าง คุณเป็นเพียงคนเดียวที่มองเห็นความสำเร็จของคุณ ดังนั้นเพื่อให้คุณสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องคุณก็ควรจะให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ อาจจะเป็นการออกไปนวด กินไอศครีมหรือทานอาหารดีๆ สักมื้อเพื่อให้คุณรู้สึกดี

12.ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้

แผนการวิ่งที่ท้าทายอาจต้องใช้เวลาในการฝึกมากกว่า 4 สัปดาห์เพื่อทำให้คุณทำตามเป้าหมายที่ อย่างไรก็ตามการวิ่งมากเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือหมดแรงทั้งทางกายและใจ ดังนั้น คุณควรที่จะวางแผนการวิ่งที่ทำได้จริง 3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้สามารถฝึกวิ่งได้จริงๆ

 

13.วางตารางฝึก

การออกกำลังกายที่ดีต้องมีการจัดตารางฝึก วางแผนวัน เวลาและสถานที่ในทุกๆ การฝึกของคุณ ให้ความสำคัญหรือวางตารางให้เหมือนกับการประชุมสำคัญของคุณ นอกจากนี้อย่าลืมให้เวลาในการยืดกล้ามเนื้อ เปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำด้วย

14.วิ่งระยะสั้นๆ

หากการวิ่งนานๆ เป็นชั่วโมงเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ ก็อาจจะวิ่งระยะสั้นๆ ก็เพียงพอแล้ว ค่อยๆ เพิ่ม อย่างน้อยได้ออกวิ่งก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

 

15.ฝึกอย่างหลากหลาย

การฝึกวิ่งไม่ใช่มีแต่การวิ่งต่อเนื่อง 45 นาทีต่อเนื่อง เพราะมีการฝึกในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิ่งแบบฟาร์ทเลค การวิ่งเร็วสลับช้า วิ่งขึ้นเขา และวิ่งระยะไกลในวันที่คุณมีเวลามากๆ ความหลากหลายจะช่วยทำให้คุณไม่เบื่อและสร้างความแข็งแรงได้อีกด้วย

16.วิ่งเทรล

วิ่งเทรลนั้นเป็นการท้าทายร่างกายและจิตใจของคุณได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มจังหวะความเร็วในการวิ่ง ทำให้คล่องแคล่วขึ้น เพียงแต่ควรระมัดระวังหรือหาเพื่อนไปวิ่งด้วยก็จะดีมาก

 

17.ลองวิ่งเส้นทางใหม่ๆ

การวิ่งเส้นทางเดิมๆ อาจทำให้คุณเบื่อและเลิกล้มการวิ่งไปในที่สุด เพื่อเลี่ยงความเบื่อนี้ลองหาเส้นทางในการวิ่งใหม่ๆ สลับกันไปเพื่อเปิดหูเปิดตาบ้าง

18.จดบันทึกการฝึก

พยายามจดบันทึกระยะทางที่คุณวิ่ง สิ่งที่ชอบหรือระดับความเหนื่อยของคุณระหว่างที่วิ่ง เพื่อให้คุณสามารถประเมินและทำให้เห็นพัฒนาการของคุณเองได้

 

19.จินตนาการภาพสำเร็จ

ลองจินตนาการดูว่าคุณได้วิ่งเข้าเส้นชัยหรือทำเป้าหมายของคุณได้สำเร็จ หลับตา ฟังเสียงคนที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจคุณจากนั้นก็ออกวิ่งต่อไปให้ถึงที่สุด

20.ลองไม่ใส่นาฬิกาดูบ้าง

นักวิ่งส่วนมากมักคำนึงถึงเวลา ชอบใส่นาฬิกาไว้เพื่อคอยจับเวลาระหว่างที่วิ่ง และเมื่อไม่มีสิ่งนี้ก็อาจทำให้คุณรู้สึกหมดแรงใจ ดังนั้น ลองวิ่งโดยไม่ใช่นาฬิกาดูว่า ทิ้งไว้ที่บ้านและวิ่งโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ

 

21.ให้ความสำคัญกับปัจจุบัน

พยายามโฟกัสที่ปัจจุบันเข้าไว้ ให้ความสำคัญกับการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ จังหวะการวิ่ง ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจทุกการเคลื่อนไหวของตัวเอง ลืมเรื่องต่างๆ ไม่ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะระหว่างที่วิ่งระยะไกล คิดถึงความสำเร็จเข้าไว้

22.ไม่คิดว่าเป็นของตาย

การวิ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญและไม่ควรคิดว่าเป็นตาย จำครั้งสุดท้ายที่คุณบาดเจ็บแล้ววิ่งไม่ได้หรือไม่? มีอีกหลายคนที่มีปัญหาทางร่างกายแล้วไม่สามารถวิ่งได้ ดังนั้น ควรคิดและเห็นความสำคัญของการวิ่งที่คุณสามารถทำได้

 

23.หยุดวิ่ง

การวิ่งที่หนักเกินไปอาจลดแรงใจคุณได้ ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวกลับมา ให้เวลาตัวเองได้พักบ้าง ระหว่างนั้นก็อาจจะหันไปใช้เวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ ระหว่างนี้ที่จะไม่ทำให้คุณบาดเจ็บหรือหนักจนเกินไป เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะหรือการฝึกยกน้ำหนัก

ตอนนี้คุณก็สามารถที่จะรับมือกับการหมดกำลังใจได้แล้ว เลือกเทคนิคที่ชอบแล้ววิ่งต่อไปให้ดีที่สุด

 

ที่มา :runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here