เทคนิคการออกกำลังกายในหน้าหนาว

0
550

หายใจอย่างไรหากต้องวิ่งในสภาพอากาศที่หนาวเย็น

เทคนิคการออกกำลังกายในหน้าหนาว

 

การวิ่งในอากาศที่หนาวเย็นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคนที่มักมีปัญหาเรื่องการหายใจในสภาพอากาศที่อุณหภูมิลดต่ำลงกว่าปกติ นักวิ่งทั่วไปมักมีปัญหากับอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก หายใจติดขัด หายใจไม่ทันหรือคอแห้งระหว่างวิ่งเผชิญความหนาวเย็น แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้คุณเลิกวิ่งได้หากมีแนวทางรับมือที่ดี

ความแตกต่างของการวิ่งในสภาพอากาศหนาวเย็นหรือในฤดูหนาว

มีความเชื่อที่ว่าการวิ่งในฤดูหนาวนั้นอาจมีผลร้ายมากกว่าผลดี สำหรับนักวิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นมักต้องเผชิญกับความรู้สึกเจ็บที่ปอดเมื่อต้องหายใจเอาอากาศที่หนาวเย็นเข้าไป ในความจริงแล้วการวิ่งในอากาศเย็นเพียงแค่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวเท่านั้นแต่ไม่ถึงขั้นอันตราย นอกจากสถานที่ที่อุณหภูมิลดต่ำลงมากจริงๆ จึงมีโอกาสทำให้ปอดของคุณได้รับบาดเจ็บ ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า -15 องศาเซลเซียส การออกกำลังกายกลางแจ้งร่างกายจะไม่สามารถทำให้อากาศที่สูดเข้าไปอุ่นได้ก่อนที่จะลงไปสู่ปอด อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะถึงขั้นแข็งไปเลยนั้นมีน้อยมาก

กระบวนการทำให้อากาศอุ่นลง

ระบบหายใจทำงานได้ดีในการทำให้อากาศที่สูดเข้าไปอุ่นมากพอ เมื่อเราหายใจระหว่างออกกำลังกายหรือเดินทางไปทำงาน เซลล์ในจมูก ปาก คอและหลอดลมมีทำหน้าที่ทำให้อากาศที่เพิ่งสูดเข้าไปนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้น เมื่ออากาศไปถึงช่วงปลายสุดของหลอดลม อากาศเหล่านั้นก็อุ่นจนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับร่างกายและเมื่อหายใจออกอากาศที่ออกสู่ภายนอกก็จะมีอุณหภูมิที่เท่ากับร่างกายเช่นกัน

แล้วจะหายใจอย่างไรเมื่อต้องวิ่งในอากาศหนาวเย็น

ถึงแม้จะมีงานวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายในสภาพอากาศหนาวเย็นไม่สามารถทำลายปอดของคุณได้ในขณะนั้นๆ แต่การวิ่งในฤดูหนาวไม่เหมือนกับการเดินทอดน่องในสวนสาธารณะ

 

ใช้ผ้าพันคอหรือหมวกคลุมหน้าเสีย

หากการวิ่งในสถานที่ที่มีอุณหภูมิต่ำทำให้คุณรู้สึกเจ็บแสบที่ปอดหรือไอ ควรสวมใส่ผ้าพันคอหรือหมวกคลุมหน้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับบริเวณคอของคุณ

ช่วยได้อย่างไร

ผ้าพันคอจะเป็นตัวกลางกลั้นระหว่างอากาศเย็นกับปอดของคุณ ช่วยให้ความชื้นแก่อากาศที่หายใจเข้าไป นำความชื้นที่ถูกระบายในระหว่างหายใจออกกลับคืนมาได้และยังมีส่วนช่วยให้เพิ่มอุณหภูมิอากาศให้สูงขึ้นด้วย

สำหรับหมวกคลุมหน้าที่ปกปิดทั้งบริเวณปาก จมูก หูและศีรษะของคุณสามารถเป็นฉนวนกะเก็บควบอบอุ่นภายในร่างกายได้ดีและยังปกป้องผิวหนังบริเวณแก้มและริมฝีปากที่อาจโดนความเย็นกัดจนเป็นแผลได้ คุณอาจจะดูเหมือนผู้ก่อการร้ายหรือโจรปล้นแบงค์ไปบ้าง แต่นี่คือวิธีการที่ช่วยให้ร่างกายของคุณอบอุ่นและทำให้ปอดของคุณยังคงปลอดภัยจากสภาพอากาศที่หนาวจัด

หายใจเข้าทางจมูกและหายใจออกทางปาก

โดยทั่วไปแล้วการหายใจทั้งสองช่องทางล้วนมีส่วนช่วยในการเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับร่างกายขณะวิ่ง แต่การหายใจในสภาพอากาศที่หนาวเย็นนั้นจะต่างออกไป โดยเฉพาะการหายใจเข้าคุณควรหายใจโดยใช้จมูกเป็นหลัก

เพราะอะไร

การหายใจเอาอากาศเย็นเข้าไปในทางจมูกจะช่วยทำให้อุณหภูมิของอากาศอุ่นขึ้น และทำให้ความชื้นเพิ่มมากขึ้นเพราะต้องใช้ระยะทางพอสมควรกว่าจะผ่านไปถึงปอด ระหว่างนี้เซลล์ที่อยู่ในช่องระบบทางเดินหายใจรวมถึงในหลอดลมจะมีบทบาทอย่างมาก นอกจากนี้การหายใจเข้าทางจมูกยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้อีกด้วย ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของวิธีนี้คือ ปริมาณออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกายอาจจะไม่ได้สูงเท่าการหายใจเข้าทางปาก โดยเฉพาะหากคุณเพิ่มความหนักในการวิ่งมากขึ้น เช่น การวิ่งสลับเดินหรือการวิ่งขึ้นเนินเขา อาจทำให้คุณหายใจสั้นและจุกได้ ดังนั้น หากต้องวิ่งท่ามกลางอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ คุณควรลดความหนักในการวิ่งลงเพื่อป้องกันอาการหอบเหนื่อย พยายามรักษาระดับความหนักในจุดที่ยังสามารถพูดคุยหรืออ่านข้อความสั้นๆ ได้อย่างสบายๆ

คุณเป็นโรคหืดหอบหรือเปล่า

หากสิ่งที่แนะนำไปเบื้องต้นนั้นไม่สามารถช่วยคุณได้จากอาการหายใจลำบาก คุณอาจมีความเสี่ยงต่อโรคหืดหอบหรือโรคที่เกี่ยวกับปอดได้ ในความเป็นจริงแล้วการหายใจเอาอากาศที่แห้งและเย็นเข้าไปสามารถทำให้ช่องคอระคายเคืองจนอักเสบได้ ซึ่งเป็นผลมาจากปฏิกิริยาตอบสนองของโรคหืดหอบ สิ่งที่คุณควรทำคือการไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด หากคุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคหืดหอบจริงๆ ก็ต้องมีการให้ยาหรือใช้เครื่องพ่นละอองยา นอกจากนี้ หากคุณมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดลมอักเสบ โรคเรเนาด์ (Raynaud’s disease ซึ่งมีต่อการไหลเวียนเลือดในบางบริเวณของร่างกายทำให้มีอาการชาและปวด) เหล่านี้มักไม่แนะนำให้วิ่งในสภาพอากาศที่เย็นจัด

เลือกทางที่ดีกว่า

ท้ายที่สุดแล้วทางเลือกเป็นของคุณ หากคุณรู้สึกไม่โอเคกับการวิ่งในวันที่หนาวเหน็บ อย่าพยายามพลีชีพด้วยการฝืนเสียงเตือนของร่างกาย ลองหยุดพักแล้ววิ่งวันอื่นหรือเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นๆ ในยิมหรือจะใช้ลู่วิ่งแทนก็ยังได้

 

ที่มา : runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here