27 เหตุผลที่คุณควรเริ่มวิ่ง

0
494

หากคุณต้องการให้ร่างกายฟิต รูปร่างสมส่วนและสุขภาพดีขึ้น การวิ่งเป็นประจำคือทางเลือกที่ดีเพราะเป็นการออกกำลังที่สามารถลดแคลอรี่ได้อย่างดี แต่คุณอาจไม่สนใจที่จะวิ่งหรือยังขาดแรงจูงใจ วันนี้เรามีเหตุผลดีๆ ที่คุณควรเริ่มต้นวิ่งมาฝากกัน

หมายเหตุ : เหตุผลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลวิชาการหรือจูงใจให้คุณช้อปปิ้งสิ่งของใดๆ เพียงแค่เปิดใจและลองรับฟังดู อาจทำให้คุณสนใจที่จะเริ่มวิ่งขึ้นมาบ้างก็ได้

1.การวิ่งนั้นง่ายมาก

การวิ่งคือกีฬาที่สะดวกและง่ายที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องมีใบรับรอง โค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญมาประกบเหมือนการออกกำลังกายในยิม สิ่งที่คุณต้องการมีเพียงรองเท้าคู่ใจ การอบอุ่นร่างกายและออกไปวิ่ง ไม่มีอุปสรรคใดๆ ในการเริ่มต้น แน่นอนว่าช่วงแรกคุณอาจทำได้ไม่ดีนักแต่อย่างน้อยคุณก็ได้ก้าวไปข้างหน้าแล้ว

2.สามารถทำได้ทุกที่

คุณสามารถเลือกบริเวณหรือสถานที่ที่จะวิ่งได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นในเมือง สวนสาธารณะ เส้นทางแปลกใหม่หรือลู่วิ่งไฟฟ้า ขอเพียงให้มีพื้นที่มากพอสำหรับวิ่งก็พอแล้ว

3.ทำได้ทุกเวลา

คุณสามารถวิ่งตอนเช้า ระหว่างพักเที่ยง ตอนเย็นหรือกลางคืนก็ได้ แม้แต่ช่วงพักร้อนหรือช่วงพักจากการทำงานขอเพียงแค่มีรองเท้าวิ่ง เสื้อผ้าที่เหมาะสม ถ้าอากาศเป็นใจก็ออกไปวิ่งข้างนอกหรือไม่ก็วิ่งด้วยลู่วิ่งไฟฟ้าในยิมก็ได้

4.ช่วยลดน้ำหนักได้

การวิ่งช่วยลดน้ำหนักและทำให้หุ่นฟิตขึ้นได้นี่จึงเป็นสาเหตุให้คนนิยมวิ่งมากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วคนที่มีน้ำหนักตัว 80 กิโลกรัมสามารถเผาผลาญได้มากกว่า 900 แคลอรี่ต่อการวิ่งหนึ่งชั่วโมง มากกว่าการเดินในระยะทางหรือช่วงเวลาเท่าๆ กันกว่า 50 – 60 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้อัตราการเผาผลาญนี้ขึ้นกับน้ำหนักตัวปัจจุบัน เพศ ระดับสมรรถภาพและความหนักในการฝึก

5.เร่งอัตราเผาผลาญ

การวิ่งแบบเร็วสลับช้าหรือวิ่งขึ้นเขาช่วยเพื่อระดับอัตราการเผาผลาญได้มากขึ้น คุณจึงสามารถเผาผลาญแคลอรี่ขณะพักได้ดีขึ้น โดยเฉพาะหากคุณต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ ขอเพียงอย่าหักโหมจนเกินไปและเลือกทานอาหารที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วย

6.ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

จากการศึกษาพบว่าการวิ่งหรือออกกำลังกายเป็นประจำช่วยป้องกันความเสื่อมและทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เป็นวิธีที่ช่วยบำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อมและป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

7.ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

การวิ่งทำให้เหงื่อออกและขับของเสียต่างๆ ออกไปด้วย ยิ่งคุณวิ่งมากเท่าไหร่ของเสียเหล่านี้ก็จะถูกขับออกมากทำให้ผิวพรรณของคุณผ่องใสเปล่งปลั่งขึ้น ขอเพียงอย่าแต่งหน้าหรือทาครีมระหว่างวิ่งหนาจนเกินไป

8.ลดความเครียด

หากคุณกำลังรู้สึกกังวลหรือเครียด การวิ่งคือยาที่ดีที่สุดในการรักษาอาการเหล่านี้ การวิ่งเป็นประจำทำให้สารสื่อประสาทหรือเอ็นโดรฟินหลั่งมากขึ้น งานวิจัยระบุว่าการวิ่งสามารถช่วยลดความเครียดได้จริงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ช่วยให้สมองปลอดโปร่งทำให้เครียดยากขึ้นและใจเย็นลงได้

9.เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงมากขึ้น

หลายคนเชื่อว่าการฝึกเพิ่มความแข็งแรงคือวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก แต่มีงานวิจัยจาก University of Missouri พบว่าการวิ่งสามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงได้เร็วกว่าการฝึกยกน้ำหนัก ไม่ใช่การออกกำลังที่ทำให้เกิดอาการข้ออักเสบหรืออาการบาดเจ็บที่เข่าอย่างที่หลายคนคิดหากคุณวิ่งอย่างถูกวิธี

10.เพิ่มพลังงาน

งานวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายสามารถลดความเกียจคร้านและความอ่อนล้าได้ แทนที่คุณจะนอนบนโซฟาทั้งวันหรือกินอะไรเรื่อยเปลื่อยเมื่อรู้สึกหมดแรงลองออกไปวิ่งระยะสั้นๆ ดูรับรองว่าพลังงานของคุณจะเพิ่มสูงขึ้นทันที

11.ทำให้แข็งแรงแข็งขัน

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่เพิ่มความทนทานและความแข็งได้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้คุณมีพลังงานและช่วยให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

12.ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแกร่ง

หลายคนอาจเลี่ยงที่จะออกกำลังกายกลางแจ้งในฤดูหนาวเพราะกลัวว่าจะไม่สบาย มีงานวิจัยพบว่าการวิ่งช่วยให้ภูมิคุ้มกันของคุณแข็งแรงมากกว่าค่าเฉลี่ย คุณยังไม่ต้องกังวลต่ออาการหวัดหรืออาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ หากคุณออกกำลังกายเป็นประจำ

13.นอนหลับได้เต็มอิ่ม

อาจฟังดูคลุมเครือในตอนแรกแต่การวิ่งช่วยให้คุณหลับได้ดีขึ้น มีงานวิจัยจาก Northwestern University’s Feinberg School of Medicine พบว่าคนที่วิ่งหรือออกำลังด้วยความหนักต่ำๆ นอนหลับได้ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย นอกจากนี้ยังมีงานศึกษาจาก National Sleep Foundation ระบุว่าคนที่ชอบทำกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวทางร่างกาย คุณควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์จะช่วยให้นอนได้ดีขึ้นถึง 65 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว

14.หัวใจแข็งแรงขึ้น

การวิ่งคือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ดีเยี่ยมจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการวิ่งจึงช่วยป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ งานวิจัยระบุว่าการวิ่งเป็นประจำทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดงและทำให้หลอดเลือดฝอยเพิ่มขึ้น American Heart Association ระบุว่าการออกกำลังแบบแอโรบิค 150 นาทีด้วยความหนักปานกลาง 30 – 40 นาที 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นการออกกำลังแบบแอโรบิคที่เหมาะสม ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง ลดระดับคอเลสเตอรอลและปัจจัยเสี่ยงต่อการอุดตันในเส้นเลือด เพียงอย่าหักโหมจนเกินไปโดยเฉพาะหากคุณเพิ่งเริ่มวิ่งก็พอ

15.ช่วยผ่อนคลายได้

แน่นอนว่าการวิ่งนั้นทำให้คุณเหงื่อออกและผลักให้คุณก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน แต่การวิ่งยังสามารถทำให้คุณผ่อนคลายโดยการกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขในปริมาณมากพอที่จะทำให้คุณผ่อนคลาย มีความสุขและลดอาการซึมเศร้าได้ด้วย

16.ทำให้คุณออกไปกลางแจ้งบ้าง

การวิ่งทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับภาพ กลิ่นและเสียงของธรรมชาติรอบตัว ทำให้คุณมีความสุข ใจสงบและเติมเต็มพลังงาน ได้ออกไปพบสถานที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะหากคุณหลงใหลการผจญภัยด้วยแล้วการวิ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากๆ

17.ปกป้องคุณจากโรคเรื้อรังต่างๆ

มีงานวิจัยมากมายที่บอกว่าการวิ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เช่น การวิ่งหรือออกกำลังเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ หรืองานศึกษาจาก Journal of The American College of Cardiology พบว่าการวิ่งมีความสัมพันธ์ต่อการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามคุณควรวิ่งอย่างต่อเนื่องและไม่คาดหวังผลเพียงชั่วข้ามคืน

18.ทำให้คุณทานอาหารมีประโยชน์มากขึ้น

เพื่อให้การวิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญไม่แพ้การฝึกคือเรื่องอาหาร การวิ่งจะทำให้คุณสนใจการคุมอาหารมากขึ้น ปรับเปลี่ยนและทำให้คุณทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ดีกว่าเดิม

19.ช่วยให้อายุยืน

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Mayo Clinic Proceedings ระบุว่าการวิ่งเป็นประจำทำให้คุณอายุยืนขึ้นมากกว่า 6 ปี แม้จะวิ่งเพียง 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ตาม นักวิ่งมักสามารถควบคุมการทำกิจกรรมและลดความเสี่ยงต่อการขาดความสามารถได้มากกว่าคนที่ไม่วิ่งเลย เพราะการวิ่งนั้นทำให้คุณต้องออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเรื้อรังอื่นๆ ปรับอารมณ์และเพิ่มระดับภูมิต้านทานของคุณให้สูงขึ้น

20.ทำให้ได้พบปะเพื่อนใหม่

การวิ่งทำให้คุณได้พบกับคนที่รักสุขภาพเหมือนๆ กัน คุณอาจหาคู่หูหรือเข้าร่วมกลุ่มนักวิ่งซึ่งเต็มไปด้วยคนที่มีเป้าหมายทางสุขภาพคล้ายๆ กัน หรือหากเขินที่จะเข้าไปทักคนอื่นก่อนก็อาจใช้โซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ช่วยค้นหาเพื่อนใหม่ๆ ก็ได้

21.พัฒนาความจำให้ดีขึ้น

จากงานศึกษาซึ่งตีพิมพ์ใน Perceptual and Motor Skills ระบุว่าผู้เข้าร่วมการทดลองมีคะแนนการทดสอบความจำหลังวิ่งเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ หากคุณอยากจะเพิ่มความจำหรือกำลังต่อสู้กับการเรียนภาษาใหม่ๆ ลองออกไปวิ่งกลางแจ้งอาจช่วยให้คุณจำได้เร็วและดีขึ้น

22.ทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การศึกษาจาก International Journal of Workplace Health Management พบว่าการออกกำลังเป็นประจำโดยเฉพาะระหว่างสัปดาห์ทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่า 23 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ออกกำลังกาย นอกจากนี้คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำยังมีระดับพลังงานมากขึ้นและสามารถใช้ชีวิตในการเรียนได้ดียิ่งขึ้นด้วย

23.ช่วยให้คุณประหยัด

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่สะดวกและไม่ต้องใช้เงินมากในการซื้อเครื่องมือหรือสมัครสมาชิกตามยิมต่างๆ สิ่งทึ่คุณต้องการมีเพียงรองเท้า เสื้อผ้าที่เหมาะสมเท่านั้น บางคนอาจลงทุนกับนาฬิกาหรือจีพีเอสเพื่อใช้ในการวิ่งแต่สำหรับช่วงเริ่มต้นคุณไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้ก็ได้

24.ได้ใช้เวลากับตัวเอง

หากคุณเป็นคนที่ชอบใช้เวลาอยู่กับตัวเอง การวิ่งเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่จะทำให้คุณสามารถก้าวเข้าไปอยู่ในโลกของคุณทำให้คุณได้ทบทวนหรือคิดเรื่องราวต่างๆ ระหว่างวิ่งไปด้วย

25.ให้ความรู้สึกของความสำเร็จ

เมื่อคุณทำตามเป้าหมายในการวิ่งได้สำเร็จไม่ว่าจะเป็นระยะทาง น้ำหนักที่ลดได้หรือการลงแข่งขัน การวิ่งจะทำให้คุณได้รู้สึกถึงความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้คุณมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น มีการตั้งเป้าหมายและทำให้สำเร็จซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้อีกด้วย

26.ป้องกันอาการไมเกรน

มีการศึกษาจาก International Journal of Sports Medicine พบว่าการวิ่งหรือการออกกำลังแบบคาร์ดิโอช่วยลดโอกาสและความหนักของการเป็นไมเกรนได้ โดยได้ติดตามผู้เข้าร่วมการทดลองเป็นเวลา 10 สัปดาห์ของการวิ่ง ผลพบว่าเมื่อสิ้นสุดช่วงเก็บข้อมูลผู้เข้าร่วมการทดลองมีอาการและระดับความปวดไมเกรนลดลง 40 เปอร์เซ็นต์พอๆ กับการใช้ยา ทั้งนี้เพราะเมื่อคุณวิ่งร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่ช่วยลดระดับความเครียดซึ่งไปกระตุ้นให้ปวดหัวลงได้

27.ทำให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์

จากงานศึกษาซึ่งตีพิมพ์ใน National Academy of Sciences (PNAS) ระบุว่าการวิ่งจะไปกระตุ้นการเติบโตของเซลล์ใหม่ๆ ทำให้เส้นเลือดเพิ่มจำนวนขึ้นส่งผลให้กระบวนการทำงานระดับเนื้อเยื่อของสมองดีขึ้น

ข้อควรระวัง : อย่าหักโหมเกินไป

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่มีประโยชน์มากมายก็จริงแต่การหักโหมมากเกินไปอาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าเรื้อรัง เครียดและคุณภาพชีวิตแย่ลงได้ คุณควรวิ่งในความถี่ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นและสนุกกับการวิ่งเท่าที่สมรรถภาพของคุณจะทำได้ก็เพียงพอแล้ว

 

ที่มา : runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here