คู่มือคำศัพท์เฉพาะและความหมายในวงการวิ่ง

0
828

คู่มือคำศัพท์เฉพาะและความหมายในวงการวิ่ง

เหมือนกับกีฬาประเภทอื่นๆ การวิ่งก็มีคำศัพท์ที่คุณต้องเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจและจะได้คุยกับนักวิ่งคนอื่นๆ รู้เรื่อง หากคุณเป็นคนที่มักจะหาบทความหรือความรู้เกี่ยวกับการวิ่งตามอินเทอร์เน็ตอยู่เสมอคุณอาจจะเริ่มคุ้นเคยกับบ้างคำแล้ว อย่างเช่น ตามบล็อกต่างๆ ซึ่งคนเขียนก็อาจจะมีการใช้คำศัพท์หรือคำต่างๆ ในการอธิบายในบทความนั้น อย่างไรก็ตามวันนี้เรามีคำมากมายมาแบ่งปันกัน

ไม่มีคำที่น่าเบื่อแน่นอน

ตัวอย่างคำและความหมายต่อไปนี้เป็นคำง่ายๆ ที่มักใช้กันอย่างแพร่หลาย อย่างกังวลว่าจะเป็นคำจำพวกศัพท์วิทยาศาสตร์หรือคำเทคนิคยากๆ ที่ไม่จำเป็นขนาดนั้น เพราะคำเหล่านั้นคุณสามารถหาความหมายด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว

มาพร้อมด้วย 150 คำทีเดียว

วันนี้เราขนคำมาฝากมากมายพร้อมกับความหมายที่ง่ายและชัดเจน ไปเริ่มกันเลยดีกว่า

คำพื้นฐานง่ายๆ

Carbs เป็นคำเรียกสั้นๆ ของคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นสารอาหารชนิดหนึ่ง คาร์บประกอบด้วยน้ำตาล ใยอาหารและแป้งที่พบในผัก ธัญพืชและอาหารอื่นๆ เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับนักวิ่ง เพราะใช้ในการสร้างพลังงานฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ส่วนมากจะพบในพาสต้า ขนมปังและมันฝรั่ง

Glycogen เป็นแหล่งพลังงานชนิดหนึ่งของคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายนำมาใช้ มีอยู่ในกล้ามเนื้อตับ ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเพื่อสร้างพลังงานระหว่างวิ่ง

Warm up เป็นการอบอุ่นร่างกานก่อนวิ่งด้วยการวิ่งแบบสบายๆ หรือจ๊อกกิ้งประมาณ 5 – 15 นาทีก่อนที่จะวิ่งอย่างเต็มที่ ช่วยให้อัตราการเต้นหัวใจ การหายใจและการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อค่อยๆ เพิ่มขึ้นเพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการวิ่งและลดความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บ

Cool down คล้ายๆ การอบอุ่นร่างกายแต่จะทำในช่วงท้ายของการวิ่ง เพื่อทำให้อัตราการเต้นหัวใจขณะพักลดลง และช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายอีกด้วย

The 10% Rule เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ โดยเป็นกฏที่ใช้ในการเพิ่มระยะทางหรือความหนักในการฝึกแต่ละสัปดาห์ให้ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บในระยะยาว

The Run/Walk Method เป็นการฝึกชนิดหนึ่งที่สลับระหว่างการวิ่งกับเดินเพื่อให้คนที่เพิ่งเริ่มวิ่งค่อยๆ ปรับตัว สร้างความแข็งแรงและให้หัวใจได้ทำงานคุ้นชินกับการฝึกเบาๆ ก่อน

Running Base เป็นการฝึกวิ่งอย่างหนึ่งที่สร้างระบบแอโรบิกและความทนทานในช่วงเวลาต่างๆ เป็นรอบๆ

Pace เป็นการพูดถึงความเร็วที่คุณทำได้ในการวิ่ง ระยะทางต่อเวลาหนึ่งนาที หรืออาจจะเป็นการแข่งขันวิ่งก็ได้ เช่น 5K Pace ซึ่งหมายความว่าการแข่งวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร

Quads เป็นคำย่อของกล้ามเนื้อกลุ่ม Quadriceps หรือกล้ามเนื้อกลุ่มต้นขาด้านหน้า ซึ่งประกอบด้วย Vastus Medialis, Vastus Intermedius, Vastus Lateralis และ Rectus Femoris กล้ามเนื้อกลุ่มนี้มีหน้าที่ทำให้เข่ามั่นคงขณะวิ่ง หากอ่อนแรงจะทำให้มีอาการปวดเข่าและอาการบาดเจ็บอื่นๆ ได้

Hamstrings กลุ่มกล้ามเนื้องอเข่าหรือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง หากอ่อนแรงหรือตึงตัวมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ คุณควรฝึกความแข็งแรงและยืดกล้ามเนื้อมัดนี้อยู่เสมอ

Aerobic เป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายดึงเอาออกซิเจนมาใช้ในการสร้างพลังงาน เช่น การวิ่ง เดิน เดินเขา และว่ายน้ำ เป็นต้น

Anaerobic เป็นกิจกรรมที่ตรงข้ามกับแอโรบิก คือร่างกายจะมีการหายใจเร็วสั้น ส่วนมากจะเป็นกิจกรรมที่มีความหนักมากๆ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการทำงานของระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่น การฝึกวิ่งเร็ว กระโดดและการยกเวท เป็นต้น

Endurance ความทนทานของร่างกายต่อการวิ่งในระยะยาวโดยไม่เจ็บ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการวิ่งมาราธอน

Running Economy เป็นคำที่กล่าวถึงกลไกลทางชีวภาพและกายภาพซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการวิ่งของคุณ

Overtraining หรือ burnout เป็นการฝึกที่หนักเกินไป เกินกว่าที่ร่างกายและสมรรถภาพของคุณจะรับไหว ทำให้ล้าและบาดเจ็บเรื้อรังได้

Running Form หรือ running mechanics เป็นเทคนิครูปแบบร่างกายที่ใช้ในการวิ่ง โดยมากจะไม่มีรูปแบบที่ตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุด เพราะคุณควรมองหาท่าที่เหมาะกับคุณ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ในการวิ่งระยะยาว

C25K ย่อมาจาก Couch to 5K เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการฝึกในผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเพื่อสร้างความแข็งแรงและพลังงานโดยไม่บาดเจ็บหรือหมดแรง

Conversational Pace อธิบายถึงความรู้สึกหรือสภาพร่างกายระหว่างวิ่งที่ผ่อนคลายและยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคๆ ได้โดยไม่หอบหรืออาจะใช้เป็นการ Talk Test แทนก็ได้

Rest Day สำคัญมากและนักวิ่งทุกคนควรจะมีวันที่พักจากการฝึกเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัว

Interval Training การฝึกวิ่งอย่างหนึ่งที่รวมเอาการฝึกด้วยความเร็วและการฝึกแบบหนักปานกลางเข้าไว้ด้วยกัน

Recovery Run เป็นลักษณะการวิ่งแบบสบายๆ ช้าๆ สั้นๆ จะวิ่งโดยประมาณ 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวในสูงสุด จะใช้หลังจากฝึกวิ่งอย่างหนักอย่างการวิ่งด้วยความเร็วหรือวิ่งระยะยาว ทั้งนี้การวิ่งลักษณะนี้คุณควรจะยังสามารถพูดคุยได้โดยที่ไม่หอบเหนื่อย

Tempo Run เป็นการวิ่งแบบหนึ่งที่มีความหนักประมาณ 75 – 85 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ โดยใช้เวลา 20 – 30 นาทีในระยะทางที่จำกัด

LSD มากจาก Long Slow Distance ซึ่งเป็นการวิ่งระยะที่ไกลที่สุดของสัปดาห์ โดยมากแล้วจะใช้ในวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นการวิ่งที่ฝึกให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานและฝึกท่าทางการวิ่งได้เป็นอย่างดี

Hill Training เป็นการฝึกด้วยความเร็วโดยจะวิ่งขึ้นและลงเขาที่มีความลาดชันไม่มากนัก และอาจมีช่วงพักจากนั้น การวิ่งแบบนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความเร็วและความเชื่อมั่นด้วยเวลาสั้นๆ และโอกาสบาดเจ็บน้อย

Fartlek เป็นการฝึกความเร็วแบบสวีดิช โดยจะวิ่งด้วยความเร็วที่สุดเข้าหาจุดต่างๆ จากนั้นสลับเป็นการวิ่งสบายๆ ไปอีกจุด แบบนี้ไปเรื่อยๆ

Trail Running การวิ่งเทรลจะคล้ายๆ กับการเดินป่า คือส่วนมากจะเป็นการวิ่งในเส้นทางธรรมชาติ ทำให้ร่างกายต้องปรับและเผชิญกับวัตถุต่างๆ ที่ต้องข้าม ในอังกฤษและไอร์แลนด์จะเรียกการวิ่งแบบนี้ว่าเป็น mountain running หรือ fell running

Cross Training หรือ XT เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ไม่หนักนอกเหนือจากการวิ่ง เช่น การยกน้ำหนัก ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ หรือวิ่งในสระน้ำ การฝึกแบบนี้จะใช้สลับกับการฝึกวิ่ง เพื่อช่วยป้องกันการบาดเจ็บ ทำให้คุณคงระดับสมรรถภาพและเพิ่มความหลากหลายให้กับการฝึก

Newbie ใช้เรียกคนที่เพิ่มเริ่มวิ่งหรืออยู่ในช่วงเรียนรู้การฝึกวิ่งระยะสั้นๆ อย่าง 5K เป็นต้น

Elite คือนักวิ่งที่มีประสบการณ์มากกว่าคนที่เพิ่งเริ่มหรือเริ่มมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังต้องฝึกวิ่งอยู่เสมอๆ

Triathlete เป็นนักกีฬาที่เก่งทั้งวิ่ง ปั่นจักรยานและว่ายน้ำ

Runner’s High หมายถึงสภาพขณะคนที่มีความสุขกับการวิ่งมากๆ เกิดขึ้นหลังจากวิ่งเสร็จเป็นผลมาจากฮอร์โมนนอร์อิพิเนฟริน เซโรโทนิน เอ็นโดรฟินส์และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข

The Wall ใช้พูดถึงระยะทางในกิโลเมตรที่ 30 – 40 ของการแข่งมาราธอน เพราะเป็นช่วงที่พลังงานของนักวิ่งมักจะตก รู้สึกอ่อนล้าเหมือนไม่เหลืออะไรอยู่ในถังน้ำเลย

Resting Heart Rate หรือ RHR เป็นตัวเลขต่อนาทีของการบีบเต้นหัวใจขณะที่ร่างกายพัก จะวัดกันในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ซึ่งเอาไว้บ่งชี้ถึงระดับความฟิตของระบบแอโรบิกและการประเมินว่าคุณฝึกหนักเกินไปหรือเปล่า

Body Mass Index หรือ BMI เป็นค่าใช้วัดความสมส่วนของร่างกายระหว่างน้ำหนักและส่วนสูง โดยค่ากลางๆ อยู่ที่ 18 – 25

MHR มาจาก Maximum Heart Rate คืออัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดต่อนาทีโดยจะวัดง่ายๆ คือ นำ 220 – อายุ จะได้ค่า MHR ของคุณ

คำศัพท์ในการแข่งวิ่ง

400 Meters เป็นระยะมาตรฐาน

Mile ระยะทางประมาณ 5,280 ฟุตหรือ 1,600 เมตร นับเป็นสี่เท่าของระยะมาตรฐาน

5K ระยะวิ่ง 3.1 ไมล์ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

10K ระยะวิ่ง 6.2 ไมล์ เหมาะสำหรับการฝึกแอโรบิกและแอนาโรบิก

Half Marathon ระยะวิ่งราว 13.1 ไมล์ หรือ 21.1 กิโลเมตร

Marathon ระยะวิ่ง 26.2 ไมล์ หรือ 42.2 กิโลเมตร การลงแข่งมาราธอนควรอยู่ในลิสต์เป้าหมายของนักวิ่ง

Ultra Marathon หรือ Ultra เป็นระยะวิ่งที่มากกว่ามาราธอนบางครั้งอาจเป็น 50 กิโลเมตร หรือ 31.07 ไมล์ 100 กิโลเมตร หรือ 62.14 ไมล์ และ มากกว่า 100 ไมล์ขึ้นไป

XC เป็นการวิ่งเดี่ยวหรือเป็นทีมข้ามประเทศในพื้นที่ที่มีเส้นทางแตกต่างกัน เช่น สนามหญ้า เส้นทางป่า ภูเขา เนิน โดยส่วนมากจะไม่วิ่งบนถนน คนที่วิ่งในลักษณะนี้จะเรียกว่า Harriers

Road Race เป็นการลงแข่งวิ่งบนถนน

OCR หรือ  Obstacle Course Racing เป็นการแข่งวิ่งที่จัดขึ้นโดยมีบ่อโคลนหรือวิ่งโดยมีอุปสรรคเหมือนการฝึกทหารเพื่อท้าทายร่างกายและจิตใจ

Bucket List เป็นรายการที่แสดงถึงความสำเร็จหรือเป้าหมายของนักวิ่ง

Master หรือ Veteran คือนักวิ่งที่มีประสบการณ์ซึ่งอายุมากกว่า 40 ปี

MP ย่อมาจาก Marathon Pace การแข่งมาราธอน

GMP ย่อมาจาก Goal Marathon Pace การแข่งมาราธอนระดับโลก

Race Pace เป็นการแข่งวิ่งเร็ว

World Marathon Majors เป็นงานแข่งวิ่งมาราธอนที่ใหญ่มากๆ โดยมีอยู่ 6 แห่ง คือ Boston Marathon, Chicago Marathon, NYC Marathon, London Marathon, Berlin Marathon และ Tokyo Marathon

BQ หรือ Boston Qualifier เป็นงานแข่งวิ่งบอสตันมาราธอนที่เป็นเป้าหมายของนักวิ่งหลายคนแต่คุณต้องวิ่งให้ได้ความเร็วที่พวกเขาจำกัดเอาไว้

PR หรือ Personal Record หรือ Personal Best (PB) อธิบายถึงควาเมร็วที่สุดที่นักวิ่งทำได้ในระยะทางนั้นๆ

DFL มาจาก Dead F*cking Last คือคนสุดท้ายที่เข้าเส้นชัย

DNS มาจาก Did Not Start คือคนที่ไม่มาปรากฏตัวในการแข่งแม้ลงทะเบียนไปแล้ว

DNF มาจาก Did Not Finish คนที่ไม่สามารถวิ่งจนจบตามเวลาที่กำหนดไว้ได้ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บหรือวิ่งไม่ไหวแล้วก็ตาม

Clydesdale นักวิ่งที่มีน้ำหนักมากๆ หรือนักวิ่งผู้ชายที่มีน้ำหนักมากๆ ราว 200 – 220 ปอนด์

Athena นักวิ่งผู้หญิงที่มีน้ำหนักมากๆ ราว 150 ปอนด์

Chip เป็นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์เล็กที่ใช้ติดตัวผู้เข้าร่วมการวิ่งเพื่อจับเวลาและความเร็วในการวิ่งของพวกเขา

Bling เป็นของรางวัลสำหรับผู้ที่เข้าร่วมการวิ่งอาจเป็นเหรียญหรืออะไรก็ตามแล้วแต่ผู้จัดงาน

Bib เป็นกระดาษเล็กๆ ที่ติดไว้ที่เสื้อของผู้วิ่งเพื่อใช้ระบุตัว

Bonk ใช้วัดระดับน้ำตาลในเลือดและระดับของเหลวต่างๆ ในร่างกายนักวิ่ง

Legal Wind หรือ Wind Assistance เป็นลมที่ใช้เพื่อเป็นแรงต้านให้ผู้วิ่ง ส่วนมาจะติดตั้งไว้ที่จุดสิ้นสุด

Second Wind เป็นความรู้สึกของนักวิ่งที่ฮึดสู้ด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมเพื่อจะเอาชนะความเหนื่อยล้า

Rabbit หรือ Pacemaker หรือ Pacesetter คือผู้ที่นำการวิ่งอาจจะวิ่งถึงช่วงกลางหรือวิ่งไปจนสุดเส้นทางก็ได้

Jack Rabbit นักวิ่งที่เริ่มต้นด้วยความเร็ว

Chicked นักวิ่งชายที่วิ่งแซงนักวิ่งผู้หญิงได้

Kick หรือ Giving it All you Got หรือ Changing Gears เป็นช่วงสุดท้ายของเส้นทางที่นักวิ่งเร่งสปีดขึ้นมาเพื่อให้เข้าเส้นชัยได้

CR ย่อมาจาก course record หรือสถิติ

RRCA ย่อมาจาก Road Runner’s Club of America เป็นองค์กรที่โปรโมทและพัฒนางานวิ่งต่างๆ ในอเมริกา

USAT ย่อมาจาก USA track and field

IAAF ย่อมาจาก International Amateur Athletic Foundation องค์กรระดับโลกที่ทำงานเกี่ยวข้องการการวิ่ง

คำศัพท์สำหรับการฝึกวิ่งที่ท้าทาย

HIIT หรือ High-Intensity Interval Training การฝึกวิ่งแบบหนึ่งที่สลับระหว่างการทำกิจกรรมหนักๆ อย่างหนึ่ง เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโดด สควอซ หรือยกน้ำหนัก กับการออกกำลังด้วยความหนักปานกลาง มีงานศึกษาระบุว่าวิธีการฝึกแบบนี้ช่วยลดน้ำหนักได้เร็ว เพิ่มระดับสมรรถภาพได้มากกว่าโดยใช้เวลาสั้นๆ

Quality Workouts คือการวิ่งด้วยความเร็วหรือระยะทางไกลๆ กว่าปกติ เช่น การวิ่งด้วยความเร็ว วิ่งเป็นจังหวะ หรือวิ่งระยะไกล ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นตัวอย่างน้อย 1 – 2 วัน

Carb Loading คือการฝึกโดยใช้ไกลโคเจนในร่างกายมาเป็นพลังงานในการวิ่งด้วยความเร็วหรือระยะทางไกลๆ โดยการทานขนมปังหรือพาสต้ามากๆ

Cadence คืออัตราในการก้าวเท้าต่อนาที ส่วนมากจะแนะนำที่ 180 ก้าวต่อนาที เชื่อว่าตัวเลขนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บและทำให้วิ่งได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

Gait เป็นการอธิบายถึงลักษณะการวิ่งของคุณ โดยสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับท่าการวิ่งให้เหมาะสมได้ในแต่ละคน

Foot Strike อ้างถึงลักษณะการย่ำลงพื้นในการวิ่ง ซึ่งยังเป็นข้อถกเถียงกันว่าแบบไหนดีที่สุด แต่จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับแต่ละคน

MFS มาจาก Mid-foot strike การเอาฝ่าเท้าย่ำลงพื้นก่อนในการวิ่ง

FFS มาจาก Forefoot strike การเอาจมูกเท้าลงพื้นก่อนในการวิ่ง

RFS มาจาก Rear Foot Strike การเอาส้นเท้าลงพื้นก่อนในการวิ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่างๆ ขึ้นได้

Training Log เป็นตารางการฝึกวิ่งของแต่ละคนและการบันทึกพัฒนาการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและวางแผนในการควบคุมอาหารได้ อาจใช้สมุด แอพพลิเคชั่นหรืออะไรก็ได้

Speedwork การวิ่งโดยฝึกเน้นความเร็ว ต้องใช้แรงกล้ามเนื้อ พลังงานและความคล่องตัว

Pyramid Intervals การฝึกวิ่งด้วยความเร็วโดยค่อยๆ เพิ่มความเร็วในแต่ระยะขึ้นเรื่อยๆ และลดลงมา เช่น 200 เมตร 300 เมตร 400 เมตร 300 เมตร 200 เมตร และจบด้วย 100 เมตร

Negative splits เป็นการวิ่งลดลงกว่าช่วงแรกในการฝึก

Splits เป็นการวิ่งด้วยระยะทางในเวลาหนึ่งๆ เช่น 400 เมตร

Junk Miles เป็นการวิ่งระยะทางหนึ่งๆ โดยไม่มีอะไรพิเศษเพื่อให้ผ่านแต่ละไมล์ไปได้

Strides หรือ striders เป็นระยะทางวิ่งเร็วในช่วง 50 – 100 เมตร ใช้ฝึกหลังจากการอบอุ่นร่างการก่อนจะเริ่มฝึกวิ่งด้วยความเร็ว

Yasso 800 เป็นรูปแบบการฝึกวิ่งด้วยความเร็วในระยะ 800 เมตร ตามด้วยการวิ่งแบบสบายๆ 400 เมตรสลับกัน 10 ครั้ง เพื่อลงแข่งมาราธอน

Pick-ups เป็นระยะการวิ่งเร่งความเร็วในช่วงสั้นๆ

Doubles เป็นการฝึกวิ่งสองครั้งในหนึ่งวัน

Periodisation เป็นวิธีการฝึกวิ่งโดยการจัดการตารางฝึกตลอดปีซึ่งจะมีช่วงพัก และช่วงที่มีเป้าหมายในการฝึกแตกต่างกันไป สลับระหว่างการฝึกหนักและฝึกแบบไม่หนักมาก

Plyometric Training เป็นการฝึกเน้นการกระโดด โดยเคลื่อนไหวเร็วๆ ซ้ำๆ เช่น การกระโดดขึ้นกล่อง กระโดดสควอซและ Burpees

Aqua Jogging เป็นกิจกรรมที่ใช้ฝึกโดยมีแรงกระแทกน้องซึ่งจะวิ่งในสร้างน้ำ

BPM มาจาก Beat Per Minute หรือจำนวนการเต้นของหัวใจต่อหนึ่งนาที เอาไว้เป็นวิธีวัดและช่วยในการฝึก

VO2 Max เป็นปริมาณการใช้ออกซิเจน ใช้วัดอัตราการนำออกซิเจนเข้าสู่งร่างกายสูงสุดระหว่างวิ่ง โดยมีปัจจัยส่งผลคือระดับสมรรถภาพ รูปร่าง อายุและเพศ

Anaerobic Threshold หรือ Lactate Threshold คือระดับที่ร่างกายจะผลิตกรดเลคติคออกมาจากก้านสมอง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเปลี่ยนจากระบบการเผาผลาญแบบแอโรบิคไปเป็นแอนาโรบิค

MPM ย่อมาจาก minutes per mile ใช้วัดความเร็วในการวิ่ง

MPW หรือ miles per week จำนวนไมล์ที่วิ่งได้ต่อสัปดาห์ในการฝึก

Brick Workout เป็นการฝึกออกกำลังสองแบบที่แตกต่างกัน เช่น วิ่งกับปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ

Taper คือระยะเวลาสองสามสัปดาห์ที่นักวิ่งลดการฝึกลงเพื่อสะสมพลังงานก่อนจะลงแข่งวิ่ง

Streaking เป็นช่วงวันที่คุณมักจะเพิ่มระยะทางในการวิ่งมากขึ้นอย่างน้อยหนึ่งไมล์จากปกติ

Pronation ลักษณะเท้าที่บิดออกด้านนอกซึ่งหากมากเกินไปอาจทำให้บาดเจ็บได้

Supination ลักษณะเท้าที่บิดเข้าด้านในซึ่งหากมากเกินไปอาจทำให้บาดเจ็บได้

Quad Buster เมื่อวิ่งลงเขาแล้วรู้สึกปวดที่ต้นขาด้านหน้าอยากหนัก

Endorphins ฮอร์โมนในร่างกายที่ผลิตออกมาระหว่างวิ่งช่วยลดความปวดและทำให้รู้สึกมีความสุข

อาการบาดเจ็บจากการวิ่ง

Overuse Injury คือปัญหาที่พบบ่อยในนักวิ่งส่วนมากจะเกิดจากการฝึกหนักเกินกว่าร่างกายรับไหว อาจมีอาการรองช้ำ กระดูกหักหรือปวดเข่า

Hitting The Wall หรือ bonking เป็นความรู้สึกหมดเรี่ยวแรงหลังจากจบการวิ่งมาราธอน ระดับไกลโคเจนและน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำมาก ส่วนมากจะเกิดขึ้นเมื่อวิ่งมาราธอนระยะ 19 ไมล์

RICE มาจาก  Rest, Ice, Compress และ Elevate เป็นวิ่งที่การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดการบาดเจ็บลดบวม ปวด ต้องกันอันตรายต่อเนื้อเยื่อและทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

Foam rolling เป็นโฟมทรงกระบอกที่ใช้ไถไปตามแนวเอ็นกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อเพื่อลดความตึงตัว อาการปวดและเร่งระยะฟื้นตัวให้เร็วขึ้น

Dehydration เป็นสถานะร่างกายที่เกิดจากการขาดของเหลว ทำให้วิ่งได้ไม่มีประสิทธิภาพ โดยมากจะมีอาการมึน กระหาย อ่อนล้า เหนื่อยล้า

Lactic Acid เป็นกรดที่ร่างกายปล่อยออกมาหลังวิ่ง ทำให้รู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยจะเกิดเมื่อร่างกายใช้ระบบเผาผลาญแบบแอนาโรบิคทำให้เกิดกรดเลคติกขึ้นมา

DOMS ย่อมาจาก delayed onset muscle soreness เป็นอาการปวดหรือติดขัดของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นจากการวิ่งประมาณ 24 – 72 ชั่วโมง อาจมีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อเล็กน้อย

Shin Splints หรือ Medial Tibia Stress Syndrome (MTSS) เป็นอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นโดยจะรู้สึกแหลมที่หน้าแข้ง อาจเกิดจากการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม กล้ามเนื้อน่องอ่อนแรงหรือฝึกหนักเกินไป

Plantar Fascia เป็นเอ็นกระดูกที่ฝ่าเท้าเชื่อมระหว่างบริเวณโคนนิ้วเท้ากับส้นเท้า หากถูกยืดมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการเอ็นร้อยหวานอักเสบหรือเกิด Plantar Fasciitis หรือที่เรียกว่ารองช้ำได้

ITBS มาจาก Iliotibial Band Syndrome หรือเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาด้านนอกเชื่อมระหว่างต้นขากับหัวเข่าด้านนอกเกิดการอักเสบจากการวิ่งมากเกินไป

Tendinitis เป็นอาการเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบเกิดจากการใช้งานหนักเกินไป

Runners Knee หรือ Patellofemoral Pain Syndrome (PFPS) เกิดจากการวิ่งมากเกินไปทำให้เกิดกระอักเสบของบริเวณใต้สะบ้าและข้อเข่า

Achilles Tendon หรือเอ็นร้อยหวายอยู่ด้านหลังข้อเท้าเชื่อมระหว่างส้นเท้ากับกล้ามเนื้อน่องสองมัด เกิดการอักเสบจะเรียกว่า Achilles tendinitis ซึ่งอาจมาจากการใช้งานหนักหรือวิ่งมากเกินไป

Chafing เป็นอาการระคายเคียงบริเวณผิวใต้ร่มผ้า การเกิดจากความร้อนหรือแฉะ สามารถใช้มอยเจอร์ไรเซอร์หรือวาสลีนป้องการอาการนี้ได้

Side Stitch หรือ Side Sticker หรือ Side Cramp เป็นอาการเจ็บที่ชายโครงระหว่างวิ่ง โดยเฉพาะนักวิ่งมือใหม่ที่ฝึกวิ่งลงเขา

Runner’s Trots เป็นปัญหาที่เกินในระบบลำไว้ระหว่างวิ่ง อาจมาจากอาการท้องเสียจากความเครียด ทานอาหารไม่ดีหรือดื่มนม กาแฟ ที่ไปกระตุ้นให้รู้สึกปวดท้อง

Chub Rub อาการเสียดสีจากต้นขาด้านในทำให้มีความแสบร้อนมักจะเกิดในคนที่มีน้ำหนักตัวมากหรืออากาศร้อนชื้น

Jogger’s Nipples หรือ Bloody Nipples เกิดจากการที่หัวนมเสียดสีกับเสื้อทำให้เลือดออกและเจ็บแสบมักเกิดในผู้ชายได้มากกว่า

Black Toenails เป็นอาการเล็บเท้าเลือดคลั่งอาจเกิดจากการใส่รองเท้าที่คับเกินไปหรือการวิ่งลงเขา แต่จะหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน

Runger คืออาการหิวหลังจากการวิ่งจนรู้สึกกินได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า

FOMO หรือ Fear of Missing Out เป็นความรู้สึกไม่ดีที่ไม่สามารถลงแข่งวิ่งหรือพบปะเพื่อนๆ ในกลุ่มวิ่งได้ บางคนอาการนี้อาจทำให้เหนื่อยล้า หมดแรงและส่งผลต่อร่างกายได้

Run Envy ความรู้สึกอิจฉาเมื่อเห็นคนอื่นวิ่งอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่คุณอาจจะเพิ่งวิ่งเสร็จไปแล้วก็ได้

อุปกรณ์ในการวิ่ง

Moisture-Wicking Clothing เป็นวัสดุที่ไม่ทำจากคอตตอนช่วยให้ความอบอุ่นและไม่เสียดสีผิวป้องกันอาการ chafing ได้

Heart Rate Monitor อุปกรณ์ที่ติดไว้ที่หน้าอก หรือเป็นนาฬิกาข้อมือ ไว้สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างวิ่ง

Shock Absorption หรือ Cushioning คือลักษณะของรองเท้าที่สามารถลดแรงกระแทกจากการวิ่งได้ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

Orthotics คืออุปกรณ์ช่วยพยุงหรือทำให้ตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายสมดุลป้องกันอาการบาดเจ็บได้

Gaiters คล้ายๆ กับปลอกแขนแต่ใส่เอาไว้ที่ขาหรือข้อเท้าเพื่อป้องกันความสกปรกจากน้ำหรือสิ่งต่างๆ เมื่อวิ่งเทรลหรือในที่ที่มีหิมะ

Motion Control เป็นลักษณะรองเท้าที่สามารถช่วยควบคุมการเคลื่อนหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้

Toebox หรือบริเวณส่วนหน้าด้านบนของรองเท้าตรงนิ้วเท้่าซึ่งอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป

The Upper เป็นส่วนบนที่เหลือของรองเท้าซึ่งจะมีน้ำหนักเบาและหุ้มเท้าเอาไว้มิดชิด

Outsole พื้นรองเท้าส่วนมากทำจากยางพาราหรือยางสังเคราะห์

Midsole เป็นส่วนของรองเท้าที่มีหน้าที่รองรับแรงอาจทำจากพอลิเมอร์

Drop Bag เป็นกระเป๋าที่มีไว้ใส่อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับวิ่ง โดยมากจะได้รับแจกจากงานวิ่งต่างๆ

GPS มาจาก Global Positioning System เป็นระบบที่สามารถระบุพิกัด ความเร็ว เวลาไม่ว่าที่ไหนบนโลกก็ตาม มักใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อบันทึกเส้นทางการวิ่ง

คำเฉพาะในการวิ่ง

Barefoot Running หรือ Natural Running เป็นลักษณะการวิ่งโดยไม่ใส่รองเท้า สามารถช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการวิ่งและป้องกันอาการบาดเจ็บได้หากวิ่งถูกวิธี

Minimalist Running เป็นรองเท้าวิ่งที่เบาแต่ไม่มีส่วนรองรับแรงกระแทกที่ส้นเท้าและอุ้งเท้า

Naked Running เป็นการวิ่งที่ไม่ต้องพกอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ยกเว้นเสื้อผ้ากับรองเท้า

คำอื่นๆ

Dreadmill เป็นอาการเบื่อหน่ายจากการฝึกวิ่งบนลู่วิ่ง

Runhole เป็นคำที่ใช้เรียกคนที่หมกหมุ่นอยู่กับการวิ่งอย่างมาก

Downhill Warrior คือนักวิ่งที่พยายามต่อสู้กับการฝึกวิ่งขึ้นลงเขา แต่หากฝึกหนักเกินไปอาจทำให้บาดเร็วและเสียสมดุลได้

Wind Chill เป็นสภาพอากาศที่เย็นนิดๆ มีลมหน่อยๆ เหมาะกับการวิ่ง

Heat Index อุณหภูมิที่ร้อนและชื้นภายนอก

Weather Stalking เป็นอาการที่มักจะคอยเช็คสภาพภูมิอากาศก่อนวิ่งเสมอเพื่อหวังว่าจะมีวันที่อากาศดีๆ

Runfie คือการถ่ายรูปเซฟฟี่ตอนวิ่งลงโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์ เพื่อให้เพื่อนๆ รู้ว่าคุณทำอะไรอยู่

Farmer Blow หรือ snot rocket เป็นเทคนิคการหายใจเข้าทางจมูกกลั้นไว้แล้วปล่อยออกทางปากซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกฝน

Bandit คือคนที่มักเข้าร่วมการแข่งวิ่งแต่ไม่จ่ายค่าธรรมเนียม

Carrot นักวิ่งชายหรือหญิงที่แอคทีฟมากๆ คอยสร้างแรงบันดาลใจในการวิ่งให้กับคุณระหว่างที่ลงแข่งงานวิ่งต่างๆ

 

ที่มา :runnersblueprint

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here