วิธีรับมือหากโดยสุนัขจู่โจมระหว่างวิ่ง!

0
293

วิธีรับมือหากโดยสุนัขจู่โจมระหว่างวิ่ง!

 

คุณลองนึกภาพว่าตัวเองกำลังออกวิ่งไปในเส้นทางระแวกหมู่บ้านแล้วระหว่างนั้นเองก็มีสุนัขตัวหนึ่งค่อยๆ ย่องตามหลังมาโดยที่คุณไม่รู้ตัว พอหันไปอีกทีมันก็ทำท่าขู่แยกเขี้ยวใส่ซะน่ากลัว คุณจะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบ

การเผชิญหน้ากับสุนัขแต่ละประเภท

ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะรักสุนัขหรือสัตว์ต่างๆ แค่ไหนก็ตาม แต่คงไม่มีใครอยากถูกจู่โจมจากสัตว์เหล่านั้นขณะวิ่งอย่างแน่นอน ยิ่งเป็นสุนัขแล้วด้วยถือเป็นฝันร้ายของนักวิ่งทีเดียว

สถิติของการจู่โจม

คนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งย่อมต้องมีเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญกับการจู่โจมกับสุนัขไม่ว่าจะเป็นนักวิ่ง นักปั่นจักรยาน หรือผู้คนที่เดินตามท้องถนนก็ตาม มีเรื่องราวอุบัติเหตุมากมายที่เกิดจากการถูกสุนัขกัด เช่น หญิงวัย 63 ปีที่เสียชีวิตจากการถูกสุนัขถึง 4 ตัวรุมจู่โจมขณะจ็อกกิ้งในเช่าวันหนึ่งที่เมืองลิตอลร็อค ในแคลิฟอร์เนีย เหตุการณ์เช่นนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักแต่การได้รับรู้เรื่องราวที่แย่ที่สุดอาจช่วยทำให้เราต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับสัตว์เหล่านี้

ตัวเลขทางสถิติ

มีคนราว 4.7 ล้านคนที่ถูกสุนัขกัดต่อปีในสหรัฐอเมริกาและ 1 ใน 5 จะถูกส่งตัวไปที่ห้องฉุกเฉินและต้องได้รับการรักษาทางยา จากรายงานของ American Human Association ระบุว่า 17 เปอร์เซ็นต์จาก 55 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มนี้ถูกจู่โจมโดยสุนัขสายพันธุ์พิทบูล ดังนั้น การเรียนรู้วิธีการรับมือต่อเหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากโดยเฉพาะคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

ป้องกันการจู่โจมจากสุนัขได้อย่างไร

อย่างที่ทราบกันดีว่าการป้องกันนั้นดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอน ดังนั้น วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเจ้าสี่ขาแสนดุเหล่านี้กันอย่างไร

ศึกษาเส้นทางการวิ่ง

วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่น่าประหลาดใหญ่แม้แต่น้อย คุณจะสามารถเลี่ยงการเผชิญหน้ากับการจู่โจมจากสุนัขได้ก็ต่อเมื่อคุณรู้จักสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นอย่างดีด้วยการคอยสังเกตเส้นตา มองไปด้านหน้า รักษาระยะห่างของคุณและสุนัขเหล่านั้นให้ดีหรือง่ายๆ เลยก็คือเมื่อเห็นสุนัขอยู่ข้างหน้าให้เปลี่ยนไปเส้นทางอื่นเลย หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสุนัขหรือมีบ้านที่เจ้าของไม่ได้เลี้ยงดูอย่างระมัดระวังมากนัก และนอกจากนี้คือการให้ความสำคัญกับการวิ่งของคุณให้ดี เก็บหูฟังไว้ที่บ้านแล้วคอยฟังเสียงของสิ่งรอบๆ ขณะวิ่ง เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือได้ยินเสียงสุนัขอาจจะเริ่มเปลี่ยนเส้นทางทันที

สังเกตภาษากายของสุนัข

โดยปกติแล้วการแสดงออกทางกายภาพของสุนัขสามารถบ่งบอกถึงความต้องการของมันได้เป็นอย่างดี คุณควรที่จะเรียนรู้สัญญาณเตือนต่างๆ ที่สุนัขส่งออกมาเพื่อให้เราได้สังเกตทางนี้ทีไล่ได้ทัน ตัวอย่างสัญญาณที่สังเกตได้ชัด เช่น ขนบริเวณคอหรือสันหลังระหว่างหางและไหล่ชูชันและหูชี้ตั้ง เสียงขู่คำราม ขมวดคิ้วแน่น น้ำลายไหลยืดจากปาก ลิ้นแกว่ง ตั้งท่าขู่ หางนิ่งและชี้ขึ้นหรือสั่นเร็วกว่าปกติและจ้องมาที่คุณอย่างไม่ละสายตา เป็นต้น หากคุณเจ้าสุนัขตกอยู่ในอาการเหล่านี้ ควรรีบถอยห่างทันที

กรณีที่ถูกวิ่งไล่

หากคุณตกอยู่ในวิกฤตคับขันและไม่สามารถเลี่ยงได้ควรทำตามวิธีการดังต่อไปนี้

หยุดวิ่งทันที

สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ ตั้งสติ หยุดวิ่ง ยืนเอามือกอดอกเอาไว้เพื่อไม่ทำให้สุนัขรู้สึกว่าถูกท้าทาย นี่คือข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกสุนัข แม้ว่าร่างกายของคุณอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกลแค่ไหนคุณต้องพยายามต่อสู้และทำใจกล้าๆ เอาไว้ เพราะการวิ่งหนีมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ยิ่งกว่าเดิม คุณจะวิ่งได้ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าสามารถวิ่งข้ามสิ่งกีดขว้างต่างๆ ในเส้นทางนั้นเพื่อหนีเจ้าสุนัขที่บ้าคลั่งได้

อย่าจ้องตา

การจ้องสุนัขตรงๆ จะทำให้มันรู้สึกถูกข่มขู่ซึ่งยิ่งทำให้สุนัขเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น อาจจะมองไปที่อื่นแต่ให้ลานสายตายังคงสามารถมองเห็นสุนัขได้ ไม่ควรหันหลังให้มันเพราะจะทำให้สุนัขรู้สึกว่าคุณอ่อนแอและอาจโจมตีคุณได้

ใช้คำสั่งที่เหมาะสม

หากสุนัขยังคงมีท่าทางที่บ้าคลั่งให้คุณเผชิญหน้ากับมันโดยใช้เสียงออกคำสั่งที่เข้มแข็งสั่งให้มันถอยออกไป หรือหากเจ้าของสุนัขอยู่ใกล้ๆ ควรเรียกขอความช่วยเหลือ

หากถูกจู่โจมเสียแล้วจะทำอย่างไรดี

หากวิธีการดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์เรามาเรียนรู้อุปกรณ์และวิธีการที่จะช่วยแก้ไขและปกป้องคุณจากอันตรายเหล่านี้กันดีกว่า

ฉีดสเปรย์ใส่ซะเลย

การใช้สเปรย์ที่มีส่วนผสมจันทร์เทศ (mace) เป็นหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยหยุดการโจมตีจากสุนัขได้ อาจฟังดูโหดร้ายแต่จริงๆ แล้ววิธีนี้ไม่ได้ทำให้สุนัขเจ็บเลยและยังทำให้คุณปลอดภัยได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตามมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างกระแสลม ความกล้าและอารมณ์ของคุณในตอนนั้น หากคุณกล้าๆ กลัวๆ ฉีกโดนบ้างไม่โดนบ้างอาจทำให้สุนัขโกรธยิ่งกว่าเดียวก็เป็นได้ เพื่อให้แน่ใจควรถามวิธีการใช้หรืออาจไปที่ร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเพื่อหาสเปรย์ที่ปลอดภัยและเหมาะต่อการใช้ไล่สุนัข

ให้อะไรมันแทะเสีย

หากเป็นไปได้คุณอาจจะยื่นหรือโยนอะไรบางอย่างให้สุนัขแทะดีกว่าให้มันกัดคุณเล่น เช่น เสื้อ ไม้หรืออะไรก็ตามที่จะช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างคุณกับสุนัขได้ กรณีที่แย่ที่สุดหากมีโอกาสที่จะถูกสุนัขกัดพยายามให้กัดบริเวณหน้าเข้งหรือแขนท่อนล่าง ดีกว่าโดนกัดที่หน้า คอหรือบริเวณที่อ่อนไหว พยายามมีสติเข้าไว้

อย่าหนี

ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตามอย่าพยายามหนีเพราะมีแต่จะทำให้คุณบาดเจ็บได้ พยายามสู้ด้วยการเตะหรือตีไปที่หลังหัว จมูกหรือคอของสุนัข โจมตีที่หัว ขาและจุดอ่อนอื่นๆ หากคุณมีอาวุธหนักๆ อย่างท่อนไม้ ก้อนหินหรือก้อนอิฐ ใช้สิ่งเหล่านี้โจมตีสุนัขให้มึนงงระหว่างนั้นก็อย่าลืมตระโกนเรียกขอความช่วยเหลือไปด้วย

กลิ้งตัวกลมเหมือนลูกบอล

กรณีที่แย่ที่สุดหากคุณเกิดหกล้มและสุนัขกำลังเข้ามาโจมตีให้พยายามอยู่ในท่าคุกเข่า งอตัวโน้มลงกับพื้นเอามือประสานป้องกันที่ท้ายทอยเพื่อป้องกันใบหน้า คอและหน้าท้องที่อาจถูกโจมตีจากสุนัขได้

หลังจากถูกกัดเข้าแล้วจริงๆ

หากคุณถูกสุนัขกัดเข้าแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือคุณต้องล้างแผลด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนๆ หากไม่เป็นอะไรร้ายแรกให้กินยาต้านแบคทีเรียและทำแผลฆ่าเชื้อให้สะอาด ล้างแผลทุกๆ 24 ชั่วโมง สังเกตอาการติดเชื้อต่างๆ เช่น ปวด บวม แดง ร้อนหรือมีของเหลวไหลออกมาจากแผล หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายให้ละเอียด อย่างไรก็ตามการไปพบแพทย์ตั้งแต่แรกที่ถูกสุนัขกัดเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะแพทย์สามารถตรวจร่างกายคุณได้อย่างละเอียดและให้การรักษาทางยาเพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจเกิดจากสุนัขมาสู่มนุษย์ได้อย่างโรคพิษสุนัขบ้า

แจ้งความให้เรียบร้อย

คุณควรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ในบริเวณใกล้เคียงหรือแจ้งเจ้าของทันทีที่ถูกโจมตีจากสุนัข เจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าของเพื่อให้ได้ข้อสรุปและการรับผิดชอบ แต่หากเจ้าของดูเหมือนว่าจะไม่แสดงความรับผิดชอบก็ควรดำเนินการถึงขั้นกฏหมายต่อไปเพื่อให้เจ้าของเรียนรู้ที่จะดูแลสุนัขของพวกเขาให้ดีกว่านี้

 

ที่มา : http:runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here