9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังฝึกหนักเกินไป

0
251
Women are tired From jogging on a steep slope

9 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังฝึกหนักเกินไป

 

การฝึกวิ่งอย่างหักโหมโดยไม่ให้ร่างกายได้พักฟื้นอย่างเหมาะสมจะทำให้คุณบาดเจ็บและเกิดเป็นอาการที่เรื้อรังในระยะยาวได้ การฝึกที่หนักเกินไปด้วยความหนักหรือบ่อยเกินร่างกายจะรับไว หรือร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูได้ทันเวลาส่งผลเสียอย่างมากต่อร่างกาย จิตใจและอารมณ์ของคุณ นักวิ่งทุกคนเสี่ยงต่อสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะคนที่จริงจังกับการวิ่งจนข้ามเส้นความพอดีไป รวมไปถึงคนที่เพิ่งเริ่มวิ่งเองก็เช่นกัน จึงแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการฝึกแบบเดินสลับวิ่งก่อนเป็นอันดับแรก เมื่ออยู่ในช่วงที่ฝึกหนักเกินไป นักวิ่งจะรู้สึกเหนื่อยล้าหรือมีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ทำให้หมดกำลังใจลงได้ง่ายๆ จากงานวิจัยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของนักวิ่งต่างเคยผ่านช่วงเวลาเช่นนี้โดยเฉพาะคนที่พยายามกดดันตัวเองให้ทำตามเป้าหมายให้ได้ แต่หากคุณฝึกวิ่งสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ด้วยความเร็วแบบสบายๆ อาจจะไม่เสี่ยงต่อสิ่งเหล่านี้เท่าไหร่ อย่างไรก็ตามคุณควรสังเกตและพิจารณาตัวเองอยู่เสมอ โดยร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนต่อไปนี้ให้คุณรู้ หากคุณมีอาการ 4 – 6 อย่างก็ควรที่จะพักและถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวจากการฝึกของคุณ

 

1.วิ่งได้แย่ลง

หากคุณรู้สึกว่าเคยวิ่งได้ดีกว่านี้ หรือการที่จะวิ่งให้ได้ตามแผนที่วางไว้ชั่งยากเย็นเหลือเกินหรือคุณไม่พัฒนาไปไหนเสียที คุณอาจจะกำลังฝึกหนักเกินไปอยู่เพราะคุณไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพตัวเองให้ได้มากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อของคุณอ่อนล้าเต็มที

 

2.อารมณ์ไม่ดี

อารมณ์เป็นการแสดงออกที่สังเกตได้ชัด เพราะการฝึกที่หนักเกินไปจะไปลดปริมาณการหลั่งสารแคททีโคลามีน ซึ่งมีผลต่อระบบประสาท หากคุณมีปริมาณสารเหล่านี้น้อยจะทำให้เครียด กังวลและทำให้อารมณ์ไม่ดี พยายามสังเกตอารมณ์ของตัวเองหลังจากวิ่งเสร็จหรือลองถามคนรอบข้างดูก็ได้ว่าคุณเป็นอย่างไรหลังจากวิ่ง

 

3.อัตราการเต้นหัวใจสูงขึ้น

หากอัตราการเต้นหัวใจสูงขึ้นกว่าปกติหลายๆ วัน โดยเฉพาะช่วงพักอาจเป็นเพราะการเพิ่มขึ้นของอัตราการเผาผลาญที่มากขึ้นจากการฝึกที่มากเกินไป อย่างไรก็ตามควรสังเกตถึงปัจจัยอื่นๆ อย่างการทานคาเฟอีน ความเครียดและการนอนหลับด้วย พยายามสังเกตและดูอัตราชีพจรของตัวเองช่วงตื่นนอนว่ายังอยู่ในช่วงที่เป็นปกติหรือไม่

 

4.เจ็บป่วยเรื้อรัง

สัญญาณที่ชัดเจนซึ่งแสดงว่าคุณกำลังหักโหมมากเกินไปคืออาการเจ็บป่วยเรื้อรัง เพราะการฝึกหนักมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันซึ่งทำหน้าที่ในการป้องกันอาการเหล่านี้โดยเฉพาะการเป็นหวัดหรือไข้ซ้ำๆ และหากคุณมีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เช่น ไอ น้ำมูกไหล ไขขึ้น มากกว่าปกติก็ควรพิจารณาลดการฝึกลงมาในจุดที่เหมาะสม

 

5.บาดเจ็บอยู่บ่อยๆ

อาการบาดเจ็บหรือติดขัดเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกวิ่ง แต่หากคุณเกิดอาการเหล่านี้บ่อยเกินไป อาจจะต้องกลับมาคิดดูว่าคุณกำลังฝึกหนักหรือมากเกินไปจนร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันหรือเปล่า หรือหากแม้กระทั่งสุดสัปดาห์คุณก็ยังฝึกอย่างหนักอยู่ อาจทำให้ร่างกายรับไม่ไหวและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเอาได้ง่ายๆ

 

6.เหนื่อยตลอดเวลา

หากคุณรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงหลังจากออกกำลัง นี่คือสัญญาณของการฝึกหนักเกินไปแน่นอน

 

7.นอนไม่หลับ

การฝึกที่หนักเกินไปมีผลต่อสารเคมีในร่างกายและการนอนหลับของคุณ ทำให้อัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการนอน ทำให้ตื่นเช้านอนหลับยากและนอนหลับไม่สนิท เสี่ยงต่อการหกล้มหรือง่วงตลอดเวลาได้

8.กำลังใจหดหาย

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่บางครั้งคุณอาจจะอยากพักจากการวิ่งบ้าง แต่หลังจากนั้นคุณก็จะสามารถกลับมาวิ่งได้ตามปกติ แต่หากคุณฝึกหนักเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกไม่อยากกลับไปวิ่งอีกเลยก็ได้ เพราะคุณหมดกำลังใจและความสนใจในการฝึกไปแล้ว

9.ไม่อยากอาหาร

 

สัญญาณนี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าคุณกำลังฝึกหนักเกินไป ยิ่งถ้ามีน้ำหนักลดลงโดยที่ไม่ได้ตั้งใจด้วยยิ่งชัดเจนมากๆ ว่าคุณหักโหมและกำลังเลยความพอดีไปมากทีเดียว

 

สัญญาณเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญและคอยสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากพบว่าเกิดขึ้นกับคุณควรพิจารณาลดความหนักในการฝึกลงบ้างเพื่อไม่ให้ร่างกายเป็นอันตราย

 

ที่มา : runnersblueprint

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here