เคยรู้สึกว่าขาสองข้างไม่เท่ากันหรือเปล่า

0
846

เคยรู้สึกว่าขาสองข้างไม่เท่ากันหรือเปล่า

การที่ร่างกายเคลื่อนที่ผิดปกติระหว่างวิ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและกระดูกได้ วันนี้เราจะมาลองวัดความยาวของขาทั้งสองข้างเพื่อเป็นการปรับแก้ให้เหมาะสม การรับมือกับความยาวของขาทั้งสองข้างที่ไม่เท่ากันเป็นเรื่องอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในนักวิ่ง แต่หากคุณคิดว่าขาข้างหนึ่งของคุณนั้นมีความยาวมากกว่าอีกข้างคุณต้อง
มีวิธีในการจัดการกับปัญหานี้ Bill Rodgers อดีตนักวิ่งมาราธอนโอลิมปิกปี 1976 ผู้ชนะงานวิ่งที่ Boston และ New York City marathons ถึง 4 ครั้ง ก็มีความยาวของขาข้างหนึ่งสั้นกว่าอีกข้างถึงครึ่งนิ้ว อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็ไม่สามารถหยุดเขาจากการเป็นนักวิ่งได้ จากบทความสัมภาษณ์ในปี 2006 Rodgers บอกว่าเขามีทั้งขาที่ยาวไม่เท่ากันกระดูกหน้าเข้งแตกและใช้เวลาในการวิ่งโดยลงน้ำหนักไปที่ขาอีกข้างเป็นเวลานานเพื่อรักษาสมดุลในการทรงตัวมาตลอด วิธีการจัดการกับปัญหานี้ในตอนนี้นั้นของ Rodgers คือการยืดกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงหรือไม่สมดุลเพื่อให้แข็งแรงมากขึ้นอย่างไรก็ตามในกรณีของ Rodgers นั้นเขาต้องประสบกับปัญหาหลักๆ สองอย่างในเวลาเดียวกันเพราะฉะนั้นหากคุณต้องเผชิญกับแค่ความยาวขาที่ไม่เท่ากันอาจจะต้องลองหาวิธีการแก้ไขที่เหมาะสมสำหรับคุณมากกว่าคนส่วนใหญ่จะมีปัญหาความยาวขาไม่เท่ากันเกิดขึ้นอย่างถาวร แต่ก็มีคนบางส่วนเหมือนกันที่ปัญหานี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเนื่องจากการตึงตัวของกล้ามเนื้องอเข่า กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ากล้ามเนื้อหลังส่วนล่างหรือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางหรือแม้แต่สาเหตุจากอาการกระดูกสันหลังคดอย่างไรก็ตามคนเหล่านี้สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยการออกกำลังกาย Dr.Jamey Plunk อาจารย์จากภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา University of Mary Hardin-Baylor กล่าวนี่จึงเป็นการอธิบายว่าทำไมปัญหาที่เกิดขึ้นของ Rodgers
จึงไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการวิ่งของเขาเขาสามารถปรับการเคลื่อนไหวการแกว่งแขนและลักษณะการวิ่งเพื่อชดเชยปัญหาความยาวขาที่ไม่เท่ากันโดยธรรมชาติได้

ปัญหาของการที่ความยาวขาไม่เท่ากันที่เกิดขึ้นชั่วคราวจะทำให้เกิดแรงกระทำต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อที่ใช้ในการพยายามรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้Plunk กล่าว เช่น หากวิ่งบนเส้นทางที่พื้นไม่เท่ากันขาที่ยาวกว่าก็จะมีโอกาสในการสัมผัสกับ พื้นก่อนและได้รับแรงกระแทกมากกว่าขาอีกข้าง กล้ามเนื้อซึ่งไม่ได้ถูกฝึกมาสำหรับสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะได้รับบาดเจ็บไปยังบริเวณเข่า สะโพก เส้นประสาทขาและหลังส่วนล่างได้เพราะเกิดจากการใช้ร่างกายซ้ำๆ
และส่งผลให้มีอาการบาดเจ็บเรื้อรังในระยะยาวได้

แล้วจะวัดความยาวของขาอย่างไรการวัดที่แม่นยำคือการวัดโครงสร้างจริงๆ ของขาผ่านการ X-Ray
หรือ CT scanโดยตรงเพราะความยาวที่ไม่เท่ากันอาจมาจากโครงสร้างตามธรรมชาติ จากรายงานของ Ryan Enke
นักรังสีวิทยาผู้เชี่ยวชาญในการฟื้นฟูเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้ออธิบานว่า โครงสร้างกระดูกสันหลังลักษณะการคดหรือแม้แต่การที่กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลกันก็สามารถทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ได้

นอกจากนี้ยังมีวิธีการประเมินคร่าวๆซึ่งอาจคาดเคลื่อนแต่สามารถใช้วัดความยาวขาเบื้องต้นโดยนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์มักใช้ทดสอบ คือ
1.นอนหงายราบกับพื้น ขาชิดกันให้เพื่อนเอามือทั้งสองข้างวางไว้ที่สะโพกสองข้าง
2.ให้เพื่อนออกแรงดันสะโพกทั้งสองเข้าหากันเบาๆประมาณหนึ่งนาทีเพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ผ่อนและคลายตัว
3.จากนั้นให้เพื่อนสังเกตว่าระดับข้อเท้าทั้งสองข้างของคุณนั้นอยู่ระดับเดียวกันหรือไม่

หากข้อเท้าของคุณไม่อยู่ระดับเดียวกัน
คุณอาจจะมีความยาวขาไม่เท่ากันหรืออาจจะมีปัญหากล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุล เพื่อให้ตรวจประเมินได้มากขึ้นให้ลองใช้ท่าโยคะบางท่าเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นแล้วก็ลองวันด้วยวิธีข้างต้นซ้ำอีกครั้ง หากผลปรากฏว่าข้อเท้ายังอยู่ระดับที่ไม่เท่ากันอีกก็ลองยืดกล้ามเนื้อเพิ่มแล้ววัดซ้ำ
แต่ถ้าผลเหมือนเดิมและไม่แน่ใจว่ามีสาเหตุมาจากโครงสร้างร่างกายหรือกล้ามเนื้อกันแน่และคุณค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้นต่อการวิ่งก็ควรจะไปพบแพทย์กระดูกและกล้ามเนื้อหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจอย่างละเอียดและหาทางแก้ไข

การฝึกสำหรับป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นชั่วคราว
แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่จะเลี่ยงอาการบาดเจ็บก็คือการฝึกออกกำลังกายเพื่อเป็นการป้องกันอย่างสม่ำเสมอ
ความยาวขาไม่เท่ากันที่มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อไม่สมดุลหรืออ่อนแรงอาจสามารถปรับแก้ไขได้ง่ายจากการฝึกแบบต่างๆ นักกีฬาจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา เช่น หากปกติวิ่งบนทางเท้าปกติกก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปวิ่งบนพื้นหญ้าที่นุ่มกว่าหรือหากวิ่งด้วยความเร็วเป็นประจำก็อาจจะลองสลับวิ่งช้าดูบ้าง และหากมีอาการบาดเจ็บก็ควรเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่นอย่างว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน สำคัญที่สุดคือต้องหาสาเหตุการบาดเจ็บเหล่านั้นให้เจอก่อนที่จะทำให้มีอาการเรื้อรัง Plunk กล่าวนอกจากนี้เขายังแนะนำให้เพิ่มการออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงที่มีนักกายภาพบำบัดคอยให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพราะนักวิ่งที่มีปัญหานี้มักจะวิ่งลงน้ำหนักขาที่ยาวกว่าและก่อให้เกิดแรงต่อร่างกายซีดหนึ่งมากเกินไป ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลทำให้มีอาการบาดเจ็บต่างๆ เกิดขึ้นนักกายภาพสามารถวิเคราะห์ปัญหากล้ามเนื้อและฝึกแก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกายที่ตรงจุด

ที่มา : runnersworld.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here