นักเรียนทหารสาวที่วิ่งได้ผ่านคุณสมบัติของมาราธอนโอลิมปิก

0
314

นักเรียนทหารสาวที่วิ่งได้ผ่านคุณสมบัติของมาราธอนโอลิมปิก

 

Kate Sanborn นักเรียนทหารจาก West Point สาววัย 21 ปียังมีเวลาเหลือให้เตรียมตัวก่อนลงวิ่งในปี 2020โดยวันปกติเธอจะตื่นเช้าตอน 6.25 น. แต่งตัวให้เสร็จก่อน 6.55 น. พร้อมเพื่อนร่วมชั้นก่อนจะทานอาหารเข้าที่โรงอาหารด้วยกันตอน 7 โมง จากนั้นก็เข้าเรียนตั้งแต่ 7 โมงครึ่งถึง 11.45 น. พักทานเข้าเที่ยงแล้วกลับไปเรียนจนถึง 4 โมงเย็น จากนั้นก็จะประชุม ทำการบ้าน ทานอาหารเย็นและหน้าที่อื่นๆ ก่อนจะเข้านอนตอนเที่ยงคืนอย่างไรก็ตามเธอไม่เคยลืมการวิ่งได้เลย เพราะเป็นสิ่งที่เธอทำมาตลอด

Sanborn เริ่มวิ่งตั้งแต่ประถมตอนอยู่ที่ Fayetteville ใน North Carolina เมืองที่เธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางครอบครัวทหาร พ่อกับแม่ของเธอจบการศึกษาจาก West Point และเข้าร่วมกองทัพ ทำให้ Sanborn และน้องชายของเธอเดินรอยตามพ่อแม่ ช่วงนั้นครอบครัวเธอมักมีการย้ายที่อยู่ไปตามค่ายทหารทั่วไปเทศก่อนจะมาจบลงที่ Fort Bragg ซึ่อยู่ใน North Carolina ซึ่งอากาศร้อนชื้นและทำให้เธอเริ่มเรียนรู้การวิ่ง

“ฉันเริ่มวิ่งตั้งแต่ตอนเกรด 3” Sanborn เล่า โดยเธอเริ่มต้นเข้าร่วม USATF Junior Olympic ในการวิ่ง 1,500 เมตรและ 3K จากนั้นช่วงมัธยมเธอก็เริ่มวิ่ง 800 เมตรด้วยเวลา 2:17 นาที และ 1,600 เมตรด้วยเวลา 5:08 นาที

“มันค่อนข้างแปลกดีที่ฉันกลายมาเป็นนักวิ่งมาราธอนเพราะฉันไม่ได้โตมากับการวิ่งระยะไกล” Sanborn บอก ซึ่งตอนมัธยมนั้นเองเธอได้มักจะฝึกวิ่งสัปดาห์ละไม่ถึง 40 ไมล์ด้วยซ้ำ เธอลงวิ่งระยะ 5K ทำเวลาไป 18:47 เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 6:03 นาทีต่อไมล์ หลังจากนั้นไม่กี่ปีเธอก็พบว่าเธอต้องพยายามวิ่งให้ได้ช้ากว่าที่เธอทำในระยะ 5K 15 วินาทีในการวิ่งระยะ 26.2 ไมล์นี้

เธอบอกว่าการเปลี่ยนมาวิ่งมาราธอนถือเป็นก้าวที่เธอต้องปรับตัวอย่างมาก แต่ผลงานที่เธอทำไว้ช่วงมัธยมก็ทำให้เธอสามารถเข้าร่วมทีมของ West Point ได้ แต่หนึ่งปีครึ่งผ่านไปเธอกลับพบว่าเธอเหนื่อยเหลือเกิน “ฉันต้องต่อสู้กับตัวเองอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทีมนั้นไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่ฉันคิดไว้และมันทำให้ฉันสูญเสียความรักที่มีต่อการวิ่งไป” เธอบอก

เธอออกจากทีมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ พักจากการวิ่งมาสนใจการเรียนมากขึ้น แต่ไม่นานความรักที่เธอมีต่อการวิ่งก็กลับมาอีกครั้ง ทีมวิ่งมาราธอน West Point ซึ่งจะมีการนัดพบเพื่อวิ่งสัปดาห์ละ 6 ครั้ง ตามโปรแกรมการฝึกเพื่อลงวิ่ง Richmond Marathon ใน Richmond เมือง Virginia ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ปี 2018

“ตอนแรกฉันก็ฝึกตามโปรแกรม แต่หลังจากนั้นก็เริ่มเพิ่มการฝึกด้วยตัวเอง ฉันต้องการเตรียมพร้อมทางจิตใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการวิ่งมาราธอนครั้งแรกของฉัน” Sanborn กล่าว ระหว่างช่วงใบไม้ร่วงเธอฝึกวิ่งสัปดาห์หนึ่งเฉลี่ย 66 – 72 ไมล์ ตื่นนอนตอนตีห้าและวิ่งก่อนอาหารเช้าหรือวิ่งก่อนฝึกในทุกวัน โดยปกติเธอจะมีการฝึกวิ่งระยะไกลหนึ่งชั่วโมงวันจันทร์และวันพุธ วิ่งเพิ่มความเร็วสลับช้าในวันอังคารและวันพฤหัสบดี ฝึกวิ่งฟาร์ตเลคในวันศุกร์ วันเสาร์วิ่งระยะไกล และวันอาทิตย์เธอจะเล่นฟุตบอลหรือไม่ก็กิจกรรมฝึกอื่นๆ อย่างวิ่งพร้อมน้ำหนักประมาณ 35 – 50 ปอนด์ในกระเป๋า จนเธอสามารถวิ่งได้มากกว่า 77 ไมล์ต่อสัปดาห์โดยระยะทางที่ไกลที่สุดที่ทำได้คือ 21 ไมล์

เธอพยายามฝึกอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมาจนสามารถทำเวลาได้ตามคุณสมบัติของมาราธอนโอลิมปิก ซึ่งเป็นเป้าหมายของเธอในปี 2020

“มันเหนื่อยมากแต่ก็เยี่ยมไปเลยกับการวิ่งได้เวลา 2:50 ชั่วโมงนั้น” เธอบอก และในงาน Richmond race expo ซึ่งเธอได้สลักสร้อยข้อมือไว้ว่า นักวิ่งมาราธอน 2:45 เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในทุกๆ เช้าและจากนั้นมาเธอก็สามารถวิ่งด้วยความเร็ว 6:35 ต่อไมล์โดยไม่เหนื่อยมากเหมือนแต่ก่อน

“ในช่วงไมล์ที่ 12 ฉันก็ค้นพบว่าฉันสามารถวิ่งได้มากกว่าที่ฉันคิด” เธอบอก และเร่งความเร็วจนสามารถวิ่งได้ 6:15 “ฉันพยายามบอกตัวเองให้รู้สึกดีและฉันก็ทำมันได้” ตอนนั้นเองที่เธอวิ่งได้ระยะ 20 ไมล์เธอขยับมาเป็นนักวิ่งหญิงลำดับที่สามและยังสามารถวิ่งต่อได้อย่างแข็งแรง ช่วงไมล์ที่ 20 – 24 เธอเร่งความเร็วมาเป็น 6:06 และ 6:10 และเมื่อเหลือระยะทางอีกเพียง 2 ไมล์เธอก็รู้ว่าเป้าหมายในการวิ่งด้วยเวลา 2:45 ชั่วโมงนั้นไม่ไกลเกินเอื้อม

“ฉันอยากจะล้มตัวลงไปเลยตอนเข้าเส้นชัย เพราะฉันทำอย่างเต็มที่แล้ว Sanborn กล่าว เธอวิ่งในไมล์ที่ 25 ด้วยความเร็ว 5:50 ใกล้เส้นชัยอีกแค่ 1.2 ไมล์และเพิ่มความเร็วไปเป็น 5:30 จนผ่านเส้นชัยไปได้ด้วยเวลาที่สามารถเข้าวิ่งมาราธอนโอลิมปิกประเภทบีกับเวลา 2:44:04 ของเธอ

“ฉันไม่ชอบการร้องไห้เท่าไหร่ แต่ตอนนั้นฉันกลั้นมันไว้ไม่อยู่ แม่ของฉันซึ่งเคยวิ่งที่ Boston Marathon ก็ร้องไห้อยู่ข้างสนามเหมือนกัน ฉันรู้ว่าฉันทำเวลาได้ ฉันปลื้มและรู้สึกดีอย่างมากเป็นอาทิตย์ๆ” เธอบอก หลังจากการวิ่งเธอกลับไปฉลองที่โรงเรียนพร้อมกับวันเกิดวัย 21 ปีของเธอ รวมถึงใช้เวลาช่วงวันหยุดในการพักผ่อนด้วย แต่อย่างไรก็ตามเธอก็กลับมาวิ่งอีก งานวิ่งต่อไปของเธอคือ Oregon’s Eugene Marathon ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 เมษายน ซึ่งเธอตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะต้องวิ่งให้ได้ตามมาตรฐานเวลาโอลิมปิกกลุ่มเอด้วยเวลา 2:37 จากนั้นเธอก็จะเริ่มฝึกเพื่อลงมาราธอนโอลิมปิกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020

“ฉันตื่นเต้นมากที่จะเป็นนักวิ่งอเมริกันที่วิ่งได้เร็วที่สุด” เธอกล่าว “แต่ขณะเดียวกันฉันก็อยากจะเก็บความรู้สึกอิสระที่ได้จากการวิ่งซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญ แน่นอนฉันอยากประสบความสำเร็จแต่ก็อยากจะมีความสุขกับสิ่งที่ทำด้วย”

 

ที่มา : www.runnersworld.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here