7 เคล็ด (ไม่) ลับ ทำให้คุณสนุกกับการวิ่ง

0
506

สำหรับบางคนการวิ่งอาจฟังดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ แค่เพียงได้ยินก็รู้สึกเมื่อยล้าร่างกาย เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานมหาศาลกว่าจะพาตัวเองสวมรองเท้าออกไปวิ่งได้ ตรงกันข้ามสำหรับคนที่เป็นนักวิ่งแล้ว การวิ่งคือการออกกำลังกายที่เยี่ยมยอด พวกเขาหลงรักมันราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากว่าที่พวกเขาจะรักการวิ่งและสนุกไปกับมันได้ นักวิ่งเหล่านี้ต่างก็เคยมีช่วงเวลาที่เบื่อหน่ายและต้องฝืนตัวเองอยู่ไม่น้อย แล้วจะทำอย่างไรเราถึงจะสนุกกับการวิ่งได้ วันนี้เรามาค้นหาเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลาแบบนี้และกลายมาเป็นคนที่หลงใหลในการวิ่งกันเถอะ!

1.ช้าแต่ชัวร์

นักวิ่งมือใหม่หลายคนจะรู้สึกฟิตในช่วงเริ่มต้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี แต่หากคุณรีบเร่งมากเกินไป ความเร็วในการวิ่งหรือระยะทางที่มากเกินจำเป็นในช่วงแรกนี้อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายได้ ระบบกล้ามเนื้อและการไหลเวียนเลือดของเราต้องการช่วงเวลาในการพัฒนาสมรรถภาพของเรา เปรียบได้เหมือนกันการอบอุ่นกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย (Warm up) คุณสามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง เพราะฉะนั้น ในช่วงแรกเราควรเริ่มด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือเดิน สลับกันอย่างละหนึ่งนาทีหรือที่เราเรียกวิธีการเดินสลับวิ่ง (Walk-Run method) ซึ่งถือเป็นเคล็ดลับที่จะช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บได้ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นด้วยการเพิ่มระยะเวลาในช่วงวิ่งจ๊อกกิ้งและลดระยะเวลาอบอุ่นร่างกายลง จนสามารถวิ่งต่อเนื่องได้ 30 – 45 นาทีโดยไม่หอบเหนื่อย อย่างไรก็ตามอย่าพยายามฝืนตัวเองให้เหนื่อยจนเกินไป โดยสังเกตจากขณะวิ่งนั้นคุณยังสามารถพูดคุยกับเพื่อนโดยที่ไม่หอบได้หรือเปล่า

2.ใช้แอพพลิเคชั่นเสริม

มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่ไม่แพง (และส่วนใหญ่มักให้ดาวน์โหลดได้ฟรี) ซึ่งจะช่วยให้การวิ่งของคุณกลายเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกมากยิ่งขึ้น แอพพลิเคชั่นเหล่านี้นอกจากจะสามารถวัดระยะทางในการวิ่งของคุณได้แล้ว ยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมต่างๆ ทั้งเพลงสนุกๆ โปรแกรมฝึกแนะนำ และอื่นๆ อีกมากมาย แอพพลิเคชั่นที่เป็นที่นิยมกันกันแพร่หลาย อย่างเช่น

  • Couch to 5K เป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นยอดฮิตในโลกนักวิ่งเลยทีเดียว ถือเป็นตัวช่วยสำหรับคนที่เริ่มต้นจากศูนย์และต้องการกลายมาเป็นนักวิ่งมืออาชีพ โดยจะมีโปรแกรมฝึกที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นวิ่งตั้งแต่ครั้งละ 30 นาทีต่อสัปดาห์ไปจนถึงเฟสที่ 5K ได้ภายใน 2 สัปดาห์
  • Zombies, Run! ใครที่ชอบดูหนังพวกวิ่งหนีซอมบี้ผมกระเซิงต้องชอบแอพนี้แน่นอน เพราะแอพพลิเคชั่นตัวนี้จะพาคุณไปอยู่ในเกมส์เสมือนจริงซึ่งเต็มไปด้วยซอมบี้ โดยจะมีภารกิจในแต่ละซีรี่ส์ให้คุณฟังและทำตามระหว่างวิ่ง รับรองว่ามันส์แน่นอน
  • Rock My Run คุณจะเพลิดเพลินไปกับจังหวะสนุกๆ ของรายการเพลงที่อัดแน่นในแอพนี้ ใครที่เป็นคอเพลง รับรองได้เลยว่าจะไม่ผิดหวัง
  • Runtastic สำหรับแอพพลิเคชั่นนี้จะเต็มไปด้วยการเก็บสติมากมายทั้งระยะเวลา ค่าความชันระหว่างเส้นทาง ระยะทาง ความเร็ว อัตราการเผาผลาญ และอีกมากมาย ใครที่ชอบวัดค่าและประเมินพัฒนาการตัวเองจากตัวเลข แอพพลิเคชั่นนี้เหมาะกับคุณมากๆ

3.ลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง

การวิ่งในเส้นทางเดิมๆ อาจมีข้อดีคือร่างกายของคุณจะคุ้นชินและปรับตัวได้ดี แต่ลองนึกภาพว่าเราต้องวิ่งไปบนส้นเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก แน่นอนว่าคุณต้องเบื่อจนเหลืออดเข้าสักวัน จะดีกว่ามั้ยหากลองท้าทายตัวเองด้วยเส้นทางใหม่ๆ เส้นทางที่เราไม่เคยไปมาก่อน ทิวทัศน์และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากความจำเจจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการวิ่งจนอาจลืมเวลาไปเลย แน่นอนว่าคุณต้องเลือกสถานที่ที่ใกล้ที่พักของคุณเป็นอันดับแรก แต่คุณก็สามารถเลือกสถานที่ที่ต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นชายหาด สวนสาธารณะ เนินเขา หรือเส้นทางในเมือง เมื่อเลือกแล้วก็สนุกกับมันให้เต็มที่

4.แท็กทีมร่วมด้วยช่วยกัน

นักวิ่งบางคนอาจไม่ใช่คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีนัก แต่ความลับก็คือการที่มีเพื่อนร่วมวิ่งไปด้วยกันนั้นทำให้เราสนุกขึ้นเยอะ ลองชวนเพื่อน สมาชิกคนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานไปวิ่งด้วยกันดูสิ เนอกจากจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการวิ่งมากขึ้นแล้วยังเป็นวิธีกระชับมิตรที่ดีอีกด้วย เพียงแค่ให้มั่นใจว่าคู่วิ่งของคุณมีสมรถภาพทางกายในระดับเดียวกันและมีเป้าหมายในการวิ่งร่วมกัน ถ้าชวนใครไม่ได้ล่ะ? ลองหาเพื่อนในเพจคนรักการวิ่งซึ่งมีความสนใจตรงกันก็อาจจะช่วยให้คุณได้คู่หูคนสนิทคนใหม่ก็ได้

5.วิ่งพลางดูหนังเพลิน

หากวันที่คุณจำเป็นต้องวิ่งในร่ม บนลู่วิ่งในยิม ลองหารายการเกมส์โชว์ตลกขับขันหรือซีรี่ย์สนุกๆ ดูไปด้วย รับรองได้ว่าจะทำให้การวิ่งบนลู่วิ่งแสนน่าเบื่อกลายเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกขึ้นได้แน่นอน

6.วิ่งไปพร้อมกับเสียงเพลง

เสียงเพลงเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่จะทำให้สนุกไปกับการวิ่งมากขึ้น การเลือกประเภทของเพลงก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือลักษณะของการวิ่ง เช่น หากต้องการวิ่งด้วยความเร็วหรือค่อนข้างหนัก เพลงที่มีจังหวะเร็วถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก แต่ในทางตรงกันข้ามหากต้องการวิ่งระยะไกลหรือในช่วงคูลดาวน์ (Cool down) เพลงช้าฟังสบายก็จะเหมาะกว่า มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบรูเนล (Brunel University) ในประเทศอังกฤษ พบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองที่ฟังเพลงไปด้วยระหว่างออกกำลังกายประเภทต่างๆ สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ว่ายน้ำได้เร็วกว่า หรือแม้แต่ปั่นจักรยานได้เป็นระยะไกลกว่าปกติ สิ่งที่คุณต้องทำก็คือเลือกประเภทเพลงที่เหมาะสม มีแอพพลิเคชั่นอย่าง Tempo Run และ RockMyRun ซึ่งจัดรายการเพลงที่น่าสนใจมากๆ ข้อควรระวังก็คือไม่ควรเปิดเสียงดังจนเกินไปหรือใส่หูฟังเพียงข้างเดียวก็พอ ควรระวังรถหรือให้ความสนใจกับสิ่งรอบข้างระหว่างที่คุณออกไปวิ่งข้างด้วย

7.ทำลายแบบแผน

หากทั้ง 6 วิธีที่เรากล่าวไปไม่ได้ช่วยให้คุณสนุกกับการวิ่งมากขึ้นเท่าไหร่แล้วล่ะก็ เรายังมีอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจและจะทำให้คุณยังคงวิ่งต่อได้อย่างเพลิดเพลิน นั่นคือการวิ่งแบบ ‘โฟรทเลค (Fartlek)’ ซึ่งเป็นภาษาสวีเดนที่แปลว่าการเล่นกับความเร็ว โดยการวิ่งวิธีนี้คือการสลับกันระหว่างการวิ่งเร็วกับการวิ่งแบบมีช่วงพักโดยเป็นการสุ่มทั้งระยะทางหรือเวลา โฟรทเลคไม่เพียงจะทำให้คุณสนุกกับการวิ่งแต่ยังช่วยพัฒนาอัตราการความก้าวหน้า โดยการเพิ่มความท้าทายและทำลายข้อจำกัดเดิมๆ ของคุณ วิธีการวิ่งแบบโฟรทเลคนั้นเริ่มต้นหลังการอบอุ่นร่างกาย (Warm up) ด้วยการจ๊อกกิ้งช้าๆ 10 นาที จากนั้นวิ่งไปแตะหรือไปให้ถึงจุดหมายอาจจะเป็นต้นไม้ หลักกิโลหรืออะไรก็ตามที่อยู่ระหว่างเส้นทางของคุณด้วยความเร็วที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจึงค่อยๆ ผ่อนความเร็วลงอย่างช้าๆ ไม่หยุดอยู่แค่นั้น มองหาเป้าหมายต่อไปแล้วทำซ้ำเดิมอย่างต่อเนื่องราว 15 – 20 นาที เมื่อถึงจุดที่คุณเหนื่อยจนไม่สามารถทำต่อได้อีกให้ค่อยๆ ใช้เวลา 5 นาทีสุดท้ายก่อนหยุดวิ่งคูลดาวน์ (Cool down) ลงช้าๆ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here