8 ความเชื่อผิดๆ ที่คนมักทำหลังออกกำลังกาย

0
330

หลังเหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังกาย หลายคนมักเลือกที่จะทิ้งตัวนอนแผ่เพื่อพักผ่อน ความจริงแล้วสิ่งที่คุณเลือกทำหลังจากนั้นมีความสำคัญไม่แพ้การออกกำลังกายเลย แล้วเราจะหลีกเลี่ยงการกระทำผิดพลาดเหล่านี้ได้อย่างไร มาเรียนรู้ไปพร้อมกันเถอะ

1.หยุดแบบกระทันหัน

สิ่งที่คนมักทำพลาดกันคือการหยุดออกกำลังกายทันที ซึ่งจริงๆ แล้วคุณควรที่จะใช้เวลาอย่างน้อย 5 – 10 นาที ในการคูลดาวน์ก่อนจะจบโปรแกรม เหตุผลคือ เมื่อคุณออกกำลังกาย ความดันเลือดและอัตราการไหลเวียนเลือดจะเพิ่มสูงขึ้น หากคุณหยุดออกกำลังกายทันทีจะทำให้อัตราการไหลเวียนเลือดที่สูงนั้นส่งเลือดไปสะสมที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่บริเวณระยางค์โดยเฉพาะที่ขามากเกินไป จนอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ทันเกิดอาการหน้ามืด เวียนหัว หรือคลื่นไส้ได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ เนื่องจากการที่เลือดไหลไปสะสมที่กล้ามเนื้อจำนวนมากทำให้ของเสียคลั่งค้างอยู่ไม่สามารถเคลื่อนไปที่อื่นได้ ดังนั้น ใช้เวลาเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยในการคูลดาวน์เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจ ป้องกันกล้ามเนื้อเมื่อยล้าและทำให้ระบบไหลเวียนเลือดค่อยๆ ปรับตัวกลับคืนมา จะทำให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธภาพมากขึ้น

วิธีแก้ ใช้เวลา 5 – 10 นาทีในการค่อยๆ เบาแรงลงช้าๆ จนรู้สึกเหนื่อยน้อยลงหรือผ่อนคลายมากขึ้น จากนั้นเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจกลับสู่ภาวะปกติอย่าลืมดื่มน้ำและยืดกล้ามเนื้อ

2.ไม่ยืดกล้ามเนื้อ

มีงานวิจัยพบว่าการยืดกล้ามเนื้อช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ นี่จึงถือเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายจะช่วยเพื่อความยืดหยุ่น ช่วยขับกรดเลคติก เพิ่มความฟิต และยังช่วยลดความตึงตัวหรืออาการกล้ามเนื้อเมื่อยล้าอีกด้วย หากคุณไม่ยืดกล้ามเนื้ออาจส่งผลไปจำกัดองศาการเคลื่อนไหวซึ่งเพิ่มโอกาสในการบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นหากคุณดูแลกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อก็จะปกป้องคุณจากความบาดเจ็บ

วิธีแก้ ทำท่ายืดกล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยเฉพาะบริเวณน่อง ต้นขา และสะโพก แต่ละท่าทำจนรู้สึกตึง ค้างไว้ราว 30 วินาที ประมาณ 10 ครั้งต่อท่า จะช่วยให้การยืดกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

การดื่มน้ำมากๆ เป็นเรื่องที่ดีและยังสำคัญมากสำหรับช่วงเวลาหลังการออกกำลังกาย หลายคนไม่เข้าใจถึงจุดนี้ว่า หลังการออกกำลังนั้นร่างกายต้องอยู่ในภาวะสูญเสียน้ำและเลือกที่จะไม่เติมเต็มสิ่งนี้ให้กับร่างกาย

วิธีแก้ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำไม่ใช่เฉพาะแค่หลังการออกกำลังกาย แต่คือทั้งวันของคุณ ความต้องการน้ำของร่างกายแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วเราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว เช่น หากคุณหนัก 60 กิโลกรัม ควรดื่มน้ำประมาณ 1.8 ลิตรต่อวัน และหากสูญเสียเหงื่อมากเป็นพิเศษควรเพิ่มอีก 500 – 600 มิลลิตร ในทุกๆ ชั่วโมงของการออกกำลังกาย สังเกตร่างกายถ้าปัสสาวะเป็นสีเข้มแสดงว่าร่างกายของคุณยังต้องการน้ำเพิ่มอีก

4.ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า

จริงอยู่ที่ว่าส่วนใหญ่เสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายส่วนใหญ่มักจะสวมใส่สบาย แต่หลังจากที่เหงื่อท่วมตัวเสื้อผ้าเหล่านี้จะเต็มไปด้วยความชื้นและอาจส่งกลิ่นที่ไม่เพิ่งประสงค์ หากใส่ไปนานๆ อาจทำให้เกิดผื่นแพ้ สิวหรือเชื้อแบคทีเรียสะสมจนทำให้เป็นโรคผิวหนังต่างๆ ได้

วิธีแก้ ไม่ว่าหลังจากออกกำลังกายคุณจะอาบน้ำทันทีหรือไม่ก็ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สวมใส่สบาย ทุกครั้งที่ไปออกกำลังกายให้พกเสื้อผ้าสะอาดไปด้วยเสมอ ทั้งเสื้อผ้า ถุงเท้าและชุดขั้นใน โดยพยายามหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ทำจากคอตตอนเพราะระบายอากาศได้ไม่ดีและอาจทำให้คุณเหงื่อออกเพิ่มขึ้นอีก

5.กินตามใจ

การออกกำลังกายไม่ได้ทำเพื่อให้คุณกินอาหารได้มากขึ้น โดยเฉพาะอาหารฟาดฟู้ดอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนฟราย หรือแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายเป็นชั่วโมงช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ก็จริง แต่ไม่ใข่เป็นการเปิดโอกาสให้คุณกินอาหารตามใจปาก โดยเฉพาะหากคุณต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจังแล้วด้วย สิ่งที่คุณเลือกกินควรเป็นสิ่งที่จำเป็นหรืออาหารที่ร่างกายต้องการจริงๆ ไม่ใช่เพราะความยาก

วิธีแก้ เมนูที่ควรเลี่ยงหลังการออกกำลังคือ เบอร์เกอร์ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว น้ำอดลม น้ำผลไม้ อาหารฟาดฟู้ด และอาหารที่มีแคลอรี่สูง หรือหากคุณไม่รู้สึกอยากจะกินอาหารมื้อใหญ่ก็ลองเปลี่ยนเป็นอาหารทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพ เช่น โยเกิร์ต นมไขมันต่ำ ผลไม้ปั่น ถั่ว หรือขนมปังโฮลวีท เป็นต้น

 

6.ทิ้งตัวบนโซฟา

หลังจากออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ ใครๆ ก็อยากทิ้งตัวนั่งดูซีรี่ย์แบบยาวๆ แต่ความจริงมีงานวิจัยพบว่าการนั่งนานๆ มีอันตรายพอๆ กับการสูบบุหรี่ โดยหากนั่งติดต่อกันนานเกิน 6 ชั่วโมงต่อวันเสี่ยงต่อการเจ็บไข้ได้ป่วยถึง 20 -30 เปอร์เซ็นต์

วิธีแก้ มีทางเลือกมากมายให้คุณทำหลังจากออกกำลังกาย ใช้เวลา 20 – 30 นาที ในการทำโยคะเบาๆ หรือออกกำลังโดยใช้น้ำหนักตัว ซึ่งจะช่วยให้รักษาอัตราการไหลเวียนเลือดและทำให้ขั้นตอนการซ่อมแซมร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น เปลี่ยนเก้าให้เป็นลูกบอลโยคะ ตั้งเวลาทุกๆ 45 นาที ออกไปยืดเส้นยืดสายบ้าง หรือหากต้องใช้โทรศัพท์ตลอดเวลา ลองยืนหรือเดินขณะคุยโทรศัพท์ไปด้วย

7.ปล่อยผ่านไม่บันทึก

คุณไม่สามารถพัฒนาสมรรถภาพได้หากไม่มีการวัดผล หากคุณต้องการเห็นพัฒนาการของตัวเองการจดบันทึกหรือวัดผลนั้นสำคัญมากๆ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณสามารถประเมินความฟิตของตัวเอง และยังเป็นการเพิ่มกำลังใจให้ทำเป้าหมายทั้งระยะสั้น ระยะยาว ได้สำเร็จ หากคุณวิ่งได้ 10 กิโลเมตรในเดือนที่แล้ว คุณจะเพิ่มเป็น 15 กิโลเมตรได้อย่างไรหากไม่มีการจดบันทึกสมรรถภาพของตัวเอง

วิธีแก้ ใช้สมุด ปากกา แอพพลิเคชั่น หรือแอปเปิ้ลวอช ในการบันทึกและประเมินผลเป้าหมายของคุณในทุกๆ ด้าน เช่น ระยะทางในการวิ่ง ความเร็ว ความหนักเบา น้ำหนักที่ใช้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถประเมินน้ำหนักก่อนหลังของคุณด้วยการชั่งน้ำหนัก ถ่ายรูปเปรียบเทียบสัดส่วน วัดเส้นรอบเอวหรือเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

8.ไม่หลับไม่นอน

ร่างกายของเราจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังอย่างเต็มที่ ร่างกายของเราก็เหมือนกับแบตเตอรี่ที่ต้องการช่วงเวลาในการชาร์จพลังงาน การนอนถึงเป็นเคล็ดลับของสุขภาพที่ดี ช่วยให้ร่างกายปรับตัว ตัดปัญหาความอยากอาหารพวกฟาดฟู้ดต่างๆ หากคุณไม่นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออาจเสี่ยงต่อความเครียด ความอ่อนล้าเรื้อรัง อาการบาดเจ็บ ระคายเคือง อารมณ์ที่ไม่คงที่ และปัญหาทางสุขภาพอีกมากมาย

วิธีแก้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7 – 9 ชั่วโมงต่อวัน

จะเห็นได้ว่ากิจกรรมที่คุณเลือกทำหลังการออกกำลังกายนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว หากคุณต้องการทำให้ร่างกายฟิตและพร้อมสำหรับการออกกำลังกายในครั้งต่อๆ ไป ก็ควรใส่ใจและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่เรานำมาแชร์กันในวันนี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here